ปาฏิหาริย์ไม่มีจริง ‘น้องดิว’ 1 ขวบ เหยื่อพี่เลี้ยงโหด เสียชีวิตแล้ว

13.02.23 | 19:43 น.

แม่เลี้ยงเดี่ยวนำลูกไปฝากเลี้ยง ข้องใจถูกพี่เลี้ยงทำร้ายสมองบวม ร่างกายฟกช้ำส่ง รพ. แพทย์ให้ทำใจ แจ้งตำรวจดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ จากกรณีเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จาก น.ส.วนิดา รักษาบุญ อายุ 26 ปี ชาว จ.สระบุรี ขณะเดินทางไปรอดูอาการป่วยของ ด.ช.ธนากร รักษาบุญ อายุ 1 ขวบ 2 เดือน (น้องดิว) ลูกชายที่โรงพยาบาลสระบุรี ซึ่งถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลหนองแค ด้วยอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวตั้งแต่วันที่ 9 ก.พ.2566 โดยอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต ICU


น.ส.วนิดาเล่าและลำดับเหตุการณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนอยู่ระหว่างเตรียมหางานทำ (โรงงาน) ในเขต อ.หนองแค แต่มีภาระต้องเลี้ยงดูลูกชาย (น้องดิว) เนื่องจากเลิกกับสามีตั้งแต่น้องดิวอยู่ในครรภ์ จึงเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว มีคนแนะนำให้นำน้องดิวไปฝากเลี้ยงที่สถานที่รับเลี้ยงเด็ก บ้านของ นางสิริยาพร อายุ 33 ปี จึงได้เดินทางไปดู สถานที่รับเลี้ยงเด็กดังกล่าวมีผู้ใหญ่อยู่รวมกันหลายคน พบว่ามีผู้ปกครองคนอื่นๆ นำลูกมาฝากเลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว 2-3 คน ดูแล้วสถานที่สะอาดสะอ้าน น่าที่จะนำน้องดิวมาฝากเลี้ยงได้ จึงทดลองนำน้องดิวไปฝากเลี้ยงก่อนเป็นรายวัน วันละ 150 บาท เมื่อ 3 วันก่อน หากผ่าน และไม่มีปัญหาอะไรก็จะฝากเลี้ยงเป็นรายเดือนเพื่อตนจะได้เข้าทำงาน

น.ส.วนิดาเล่าต่อไปว่า สองวันแรกเหตุการณ์ปกติไม่มีอะไร แต่วันที่สาม (8 ก.พ.66) นำน้องดิวไปฝากเลี้ยงในช่วงบ่าย ต่อมาไม่นานได้รับการติดต่อจากนางสิริยาพร (คนรับเลี้ยง) ว่าน้องดิวมีอาการผิดปกติ ตัวเกร็ง มีเลือดไหลออกมาทางปาก นอนกัดลิ้นตัวเอง พร้อมแชตไลน์ และส่งภาพถ่ายอาการน้องดิวมาสอบถามอาการจากตน โต้ตอบกันไป-มา

ตนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเดินทางไปที่บ้านของนางสิริยาพร พบว่าอาการน้องดิวหนักมากแล้วไม่รู้สึกตัวแล้ว ตามตัวมีรอยฟกช้ำ จึงรีบอุ้มน้องดิวส่งโรงพยาบาลหนองแค เมื่อหมอที่โรงพยาบาลหนองแคตรวจดูอาการเบื้องต้นแล้วรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น ใส่สายเครื่องช่วยหายใจ แล้วรีบส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลสระบุรีในทันที แพทย์โรงพยาบาลสระบุรีนำเข้าเครื่องสแกนสมอง และตรวจดูอาการอื่นๆ เสร็จแล้วนำกลับมาดูแลรักษาในห้อง ICU

Advertisement

โดยแจ้งให้ทราบถึงอาการป่วยของน้องดิวว่าน้องดิวสมองบวม อาการค่อนข้างวิกฤต มีเลือดออกที่ตา และตามร่างกายมีรอยช้ำบวม ขอให้ทำใจ ที่น้องอยู่ได้ก็เพราะเครื่องช่วยหายใจและยา โอกาสที่น้องจะกลับมามีแค่ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขอให้ทำใจ

ตนรู้สึกข้องใจมาก เพราะลูก (น้องดิว) อยู่ดีๆ ร่าเริงเป็นปกติ ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.สถิตย์พงษ์ ศรีอ่อน รอง สว.(สอบสวน) สภ.หนองแค ให้เข้าไปตรวจสอบหาพยานหลักฐาน (กล้องวงจรปิด) จากบ้านนางสิริยาพรว่าเกิดอะไรขึ้น กับน้องดิวเพื่อดำเนินคดีกับผู้ทำร้ายลูกของตนต่อไป

เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน สภ.หนองแค ได้เชิญตัวนางสิริยาพร (พี่เลี้ยง) มาสอบสวนที่ สภ.หนองแค โดยใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง จนนางสิริยาพรทนแรงกดดันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ไหว พร้อมด้วยการจำนนด้วยหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมี เสียงจากกล้องวงจรปิดหน้าบ้านของผู้ที่รับเลี้ยงเด็ก

โดยนางสิริยาพรกล่าวอ้างว่า หลังจากที่แม่น้องดิวนำน้องดิวมาส่งได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าน้องดิวร้องไห้งอแงตลอดเวลาไม่ยอมหยุด เนื่องจากเด็กไม่คุ้นชิน และการร้องไห้ของน้องดิวได้ใช้หัวโขกพื้นด้วย พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่น้องดิวไม่หยุดร้อง และยังคงใช้หัวโขกไปที่พื้น ด้วยความพลั้งมือจึงได้จับหัวน้องดิวโขกไปที่พื้นด้วยถึง 3 ครั้ง โดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่คิดว่าน้องดิวจะได้รับผลกระทบถึงขนาดนี้

ด้าน พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ.หนองแค เผยว่า จากแนวทางการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำให้ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าเผลอตัวทำร้ายเด็กจริง โดยไม่คิดว่าเด็กจะได้รับอันตรายถึงขนาดนี้

ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายศาลเพื่อจับกุมตัวนางสิริยาพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อกล่าวหาไว้ว่าทำร้ายร่างกายอันก่อให้เกิดอันตรายถึงสาหัส และทารุณกรรมต่อร่างกาย หรือจิตใจของเด็ก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ต.อ.สถิตย์กล่าวเสริมว่า นางสิริยาพรยังเคยต้องโทษในคดีฉ้อโกงเรื่องหน้ากากอนามัย เมื่อปี 2564 ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ

คืบหน้าล่าสุดวันนี้ น.ส.วนิดา แม่น้องดิว หนูน้อยวัย 1 ขวบ 2 เดือน ได้โพสต์ล่าสุดในเฟชบุ๊กว่า “พรุ่งนี้กลับบ้านกันนะลูก กลับกาฬสินธุ์กับแม่นะน้องดิว ไม่มีปาฏิหาริย์อยู่จริง”

หลังจากได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลสระบุรีว่าน้องดิวได้เสียชีวิตแล้ว เมื่อเวลา 12.12 น.ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ โดยแพทย์ได้ให้ส่งศพน้องดิวไปชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ องค์รักษ์ จ.นครนายก เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง เพื่อเป็นผลทางด้านกฎหมาย เพื่อดำเนินคดีกับพี่เลี้ยงโหด

น.ส.วนิดาเล่าถึงความรู้สึกว่า รู้สึกเสียใจมาก แต่มีคนเข้ามาช่วยเหลือและให้กำลังใจกับตน ซึ่งตอนนี้ก็รู้สึกดีขึ้นมาระดับหนึ่ง โดยจะนำร่างของน้องดิวไปที่บ้านเกิด จ.กาฬสินธุ์ จะนำร่างของน้องฝังไว้ก่อนจนกว่าน้องดิวจะอายุครบ 10 ขวบ ตามความเชื่อของทางบ้านตนเอง ซึ่งตอนนี้หลังจากผลชันสูตรออกมาก็จะนำร่างของน้องดิวไปประกอบพิธีทางศาสนาก่อนที่วัดบูรพาโคกล่าม บ้านโคกอุดม ต.หัวหิน อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์

ด้านคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องรอผลชันสูตรออกมาก่อนจึงจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมได้