ศาลสั่งแก้ รัชฎา ยื่นฟ้อง ‘ผู้การปปป.-พวก’ รวมชัยวัฒน์ แกล้งให้ต้องรับโทษคดีสินบน นัดไต่สวน 23ก.พ.

14.02.23 | 12:35 น.

ศาลอาญาคดีทุจริตฯสั่งแก้ฟ้อง รัชฎา อดีตอธิบดีอุทยานยื่นฟ้อง ผู้การ ปปป.กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบล่อลวงจับกุมเท็จ สั่งโจทก์มาชี้ช่อง 23 ก.พ.นี้พร้อมนัดฟังคำสั่งชั้นตรวจฟ้องใหม่วันที่ 30 มี.ค.

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ตลิ่งชัน ศาลนัดฟังคำสั่ง
คดีหมายเลขดำ อท.23/2566 ที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กับพวก รวม 7 คน เป็นจำเลย ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ความผิดต่อเสรีภาพ, ทำพยานหลักฐานเท็จฯ, เจ้าพนักงานแกล้งให้ต้องรับโทษ บุกรุก ซ่องโจร ผิด พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562


จากกรณี จำเลยทั้งหมด มีการวางแผนล่อลวงให้รับเงิน และยังมีการเผยแพร่ข้อมูลบันทึกวิดีโอให้สื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชน ทำให้ได้รับความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียง

โดย นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาวันนี้ ศาลมีคำสั่งให้โจทก์แก้ฟ้องในประเด็นดังนี้

1.1 เนื่องจากโจทก์มีคำขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 79 ซึ่งเป็นเพียงบทกำหนดโทษ แต่ในคำฟ้องของโจทก์มิได้บรรยายให้ชัดเจนถึงพฤติการณ์ที่ กล่าวหาว่าจำเลยทั้ง 7 กระทำการใดอันเป็นความผิดตามมาตราใดที่จะขอให้ลงโทษตามมาตรา 79 ทั้งบท กำหนดโทษตามมาตรา 79 ดังกล่าวเป็นบทกำหนดโทษของ “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ที่ทำการฝ่าฝืน พระราชบัญญัตินี้ ดังนั้น โจทก์ต้องบรรยายให้ชัดเจนว่าจำเลยทั้ง 7 เป็น “ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” ตาม กฎหมาย กฎ ระเบียบหรือคำสั่งใด อย่างไร และมีหน้าที่ตาม พ.ร.บ.นี้อย่างไร และสิ่งใดที่ถือว่าเป็น “ข้อมูลส่วนบุคคล” ตามพระราชบัญญัตินี้อย่างไร และจำเลยทั้งเจ็ดกระทำการอย่างใดอันเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัตินี้ ที่จะทำให้จำเลยทั้งเจ็ดต้องรับผิดตามมาตรา 79 แห่ง พ.ร.บ.นี้

Advertisement

1.2 เนื่องจากโจทก์มีคำขอให้ลงโทษตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 25, 28, 33 โดยโจทก์แถลงว่า เป็นเพียงการอ้างถึงสิทธิของโจทก์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ ประสงค์ขอให้ลงโทษ จึงให้แก้ไขคำขอท้ายฟ้องโดยตัดข้อความเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ 2560 ออก

2.ให้โจทก์มาแถลงข้อเท็จจริงและชี้ช่องพยานหลักฐานด้วยตนเองในวันที่ 23 ก.พ.66 เวลา 09.30 น. ในประเด็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 164, 179, 200, 210, 310, 364, 365
เกี่ยวกับพฤติการณ์ทั้งก่อนและหลังจากที่โจทก์ถูกจับกุมเพิ่มเติมเนื่องจาก โจทก์ซึ่งเป็นผู้รู้เห็นข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วยตนเอง

3.ศาลจะมีหนังสือไปถึง “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” พร้อมแนบสำเนาบันทึกการจับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา ฉบับลงวันที่27 ธ.ค.65 เพื่อให้ชี้แจงข้อมูลและจัดส่งเอกสาร

3.1 มูลเหตุและรายละเอียดเกี่ยวกับพฤติการณ์ทั้งก่อนและในขณะเข้าตรวจค้นและ จับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา ตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยามแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 27 ธ.ค.65 ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตามสำเนาบันทึกการจับกุม

3.2การตรวจค้นและจับกุมนายรัชฎา ตามข้อ 1 กระทำโดยมีหมาย ค้นและหมายจับหรือไม่ อย่างไร

3.3มีการบันทึกภาพและเสียงขณะตรวจค้นและจับกุมนายรัชฎา หรือไม่ หากมี ได้มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ และผู้ใดเป็นผู้เผยแพร่ และเป็นการกระทำที่ขัดต่อประมวลระเบียบการตำรวจไม่เกี่ยวกับคดี ลักษณะที่ 29ความลับ ข้อ 1หรือไม่ อย่างไร

4.นอกจากการจับกุมนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา พร้อมยึดของกลางเป็นเงินสด 98,000 บาท ตามสำเนาบันทึกการจับกุมที่แนบมาพร้อมนี้ ได้มีการตรวจยึดของกลางอื่นๆ จากโจทก์ในวันดังกล่าว ได้อีกหรือไม่ อย่างไร

ให้เลื่อนไปนัดสอบข้อเท็จจริงจากโจทก์ในวันที่ 23 ก.พ.66 เวลา 09.30 น.และให้นัดฟังคำสั่งหรือคำพิพากษาในวันที่ 30 มี.ค. เวลา 09.30 น.

ด้านนายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ ทนายความของนายรัชฎา เปิดเผยว่า เตรียมแก้คำฟ้องตามคำสั่งของศาลและจะยื่นฟ้องใหม่ให้ทันตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนด และนายรัชฎา จะมาไต่สวนที่ศาลด้วยตัวเองในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ พร้อมยังยืนยันว่าการเข้าตรวจค้นจับกุมของเจ้าหน้าที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้ต้องมาฟ้องให้ศาลดำเนินคดีตามข้อหาดังกล่าว

นายวราชันย์กล่าวถึงสาเหตุของการเข้าจับกุมของตำรวจ และนายชัยวัฒน์ ในครั้งนี้เกิดขึ้นมาจากการร้องให้ตรวจสอบกรณีที่นายชัยวัฒน์ เมื่อสมัยที่ยังดำรงตำแหน่งหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยเมื่อปี 2555 มีการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อนำไปทำโครงการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 4,200 ไร่ ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท แต่ไม่มีการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว จึงร้อง ป.ป.ท.ตรวจสอบ ซึ่งทาง ป.ป.ท.ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตรวจสอบ กระทรวงจึงดำเนินการต่อ แต่เมื่อนายชัยวัฒน์เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการ คดีได้ส่งมาถึงสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วและอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณาชี้มูลความผิด ซึ่งกำลังจะหมดอายุความในเดือนมีนาคม 2566

นายวราชันย์กล่าวว่า โครงการนี้มีการเบิกจ่ายงบประมาณเป็น 3 งวด โดยงวดแรกได้เบิกงบไปในวันที่ 29 มีนาคม 2556 แต่โครงการดังกล่าวไม่มีการปลูกป่าจริง ทำให้กระทรวงฯ ได้รับความเสียหาย ซึ่งตัวแทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะไปแจ้งความร้องทุกข์กับพรุกงานสอบสวนท้องที่รับผิดชอบในจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ซึ่งขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างรอการลงนามจากอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ซึ่งเชื่อว่าเหตุการณ์นี้เป็นต้นเหตุทำให้นายชัยวัฒน์ ไปร่วมกับตำรวจ บก.ปปป. วางแผนล่อซื้อให้เข้าจับนายรัชฎา จนทำให้เกิดความเสียหาย

นายวราชันย์กล่าวว่า ยังเตรียมยื่นฟ้องดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. เพิ่มเติมอีก 1 สำนวน เนื่องจากเข้าข่ายความผิดปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเช่นกัน ส่วนสำนวนคดีนี้เป็นการฟ้องนายชัยวัฒน์ และตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ส่วนกรณีที่นายรัชฎา อ้างว่าเงินที่ได้รับจากหน่วยงานในสังกัดเป็นการนำไปสร้างพระบรมราชนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 จำลอง เพื่อหาเงินเข้ากองทุนช่วยเหลือข้าราชการสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติฯ นั้น นายวราชันย์ยืนยันว่า ข้อมูลในส่วนดังกล่าวยังไม่ขอเปิดเผย เนื่องจากเป็นข้อมูลในการใช้ต่อสู้ทางคดี

นายวราชันย์ เชื้อบ้านเกาะ