ผบ.ตร.สั่งสืบนครบาลรวบ ตั้ม เทียนทะเล แก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงให้รักแล้วหลอกร่วมลงทุน Forex ผ่านแอพพ์หาคู่
ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ บก.สส.บช.น. ได้สืบสวนทราบว่าเมื่อเดือนมกราคม 2565 ชุดปฏิบัติการ PCT 5 ได้ช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ต้องหาเงินไถ่ตัวกลับบ้านเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท จึงขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 เข้าช่วยออกมาได้ และได้สืบสวนขยายผลจนทราบว่า นายตั้ม เทียนทะเล หนึ่งในสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทำหน้าที่ลวงให้รักแล้วหลอกร่วมลงทุน Forex ผ่านแอพพลิเคชั่น Tinder ผบ.ตร.จึงเร่งรัดสืบสวนจับกุมคนร้ายรายนี้ทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.ยิ่งยศ ลีชัยอนันต์ พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. และ พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. ได้ร่วมกันจับกุมตัว นายวิทวัฒน์ ฉัตรชฏานุกูล อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ จ.87/2565 ลงวันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นอั้งยี่, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ได้ที่บริเวณกลางซอยรามคำแหง 54 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
กล่าวคือช่วงเดือนมกราคม 2565 ชุดปฏิบัติการ PCT 5 ได้รับการประสานและช่วยเหลือผู้เสียหาย (ขอสงวนนาม) ว่าถูกหลอกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา โดยได้รับการติดต่อให้ไปทำงานเป็นพนักงานบ่อนกาสิโน ในประเทศกัมพูชา จะได้รับเงินเดือน เดือนละ 20,000 บาท เข้าประเทศกัมพูชาผ่านช่องทางธรรมชาติ จากนั้นจะมีรถมารับ แต่เมื่อไปถึงแล้วกลับไม่เป็นไปตามข้อตกลง มิหนำซ้ำให้ไปทำงานร่วมขบวนการหลอกลวงคอลเซ็นเตอร์โดยมีคนจีนเป็นหัวหน้าขบวนการ โดยให้ตนใช้แอพพลิเคชั่นทินเดอร์และลาซาด้าแสดงตนเป็นผู้หญิงเพื่อหลอกลวงคนไทยด้วยกัน

จากนั้นเมื่อติดต่อกับเหยื่อที่เป็นคนไทยได้สักพักก็จะแนะนำให้ร่วมลงทุน โดยที่ตนไม่สมัครใจ และไม่อยากทำ และตนต้องการจะกลับบ้านที่ประเทศไทย แต่ไม่สามารถกลับได้เนื่องจากหัวหน้าที่เป็นคนไทยชื่อ นายปอ หนวดงาม หรือ นายสุคนธนารักษ์ นาคจันทร์ บอกว่าถ้าจะกลับประเทศไทยได้ต้องหาเงินมาไถ่ตัว จำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายไม่มีเงิน จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจาก พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ หน.ชุดปฏิบัติการ PCT ที่ 5 กับพวก จึงได้รายงานให้ ผบ.ตร.ทราบ พร้อมประสานทางการประเทศกัมพูชาช่วยเหลือผู้เสียหายออกมาจากสถานที่ดังกล่าวได้
ต่อมา เมื่อผู้เสียหายได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ชุดสืบสวนจึงได้ร่วมกันสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานส่งให้พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบจนสามารถเสนอพยานหลักฐานต่อศาลเพื่อพิจารณาออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการได้ทั้งหมด 26 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายวิทวัฒน์ โดยการสืบสวนมีพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึง/พิสูจน์ทราบได้ว่านานยวิทวัฒน์ทำหน้าที่เป็นพนักงานในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์คอยทำหน้าที่หลอกเหยื่อ ตลอดจนเมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินชุดสืบสวนสามารถพิสูจน์ทราบได้ว่านายวิทวัฒน์ ได้รับเงินค่าจ้างการทำงานจากตัวการที่กระทำความผิดในขบวนการ
ในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาให้การว่าเดิมทีทำงานเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและการ์ดพาร์ตไทม์ ตามบริษัทและตามสถานบันเทิงต่างๆ แต่เงินเดือนไม่พอใช้จ่าย ต่อมามีคนรู้จัก ชื่อ บังมัท ชื่อไลน์ว่า “มาดาระ” มีหน้าที่จัดหางานต่างๆ ได้แนะนำให้ทราบว่ามีงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านรายได้ดีให้ทำ หากสนใจจะแนะนำให้รู้จักคนที่จะพาไปทำ
โดยบังมัทได้ให้ผู้ต้องหาแอดไลน์บุคคลชื่อ ต้าร์ เพื่อติดต่อ หลังจากผู้ต้องหาติดต่อพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับงานดังกล่าวกับคนชื่อต้าร์แล้ว คนชื่อต้าร์แจ้งรายละเอียดว่าขณะนั้นมีงานเป็นแอดมินเว็บพนันอยู่ที่ฝั่งกัมพูชา ทำหน้าที่คอย ถาม-ตอบ รับฝาก-ถอนเงิน ได้รับค่าจ้างเดือนละประมาณ 24,000 บาท มีที่พักและอาหารให้ฟรี ผู้ต้องหาจึงเกิดความสนใจและตกลงที่จะไปทำงานดังกล่าว โดยผู้ชายชื่อต้าร์ได้แนะนำและให้เบอร์โทรศัพท์ผู้หญิงชื่อ นุช เพื่อนัดวัน/เวลาที่จะเดินทางไปทำงานที่ประเทศกัมพูชา
ต่อมา เมื่อช่วงประมาณวันที่ 11 พฤศจิกายน 2564 ผู้หญิงชื่อ นุช ได้นัดหมายให้ผู้ต้องหา และคนอื่นๆ ที่จะไปทำงานดังกล่าว รวมทั้งหมด 7 คน เพื่อเดินทางไปทำงาน โดยนัดหมายที่บริเวณสวนสาธารณะย่านถนนร่มเกล้า โดยมีรถตู้มารับเมื่อเดินทางถึงพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาและกลุ่มพวกที่สนใจไปทำงานด้วยกัน ได้ไปรอคนที่จะมารับไปทำงานอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่อรัญประเทศ จากนั้นวันเดียวกันได้มีรถเก๋งมารับและไปส่งยังชายแดน ก่อนที่ทั้ง 7 คนและคนนำทางจะพากันเดินทางเท้าผ่านเส้นทางธรรมชาติเพื่อเข้าไปยังประเทศกัมพูชา

เมื่อผู้ต้องหาเดินทางต่อจนไปถึงโรงแรมจิงเฉิง เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ผู้ต้องหาได้พบกับ นายสุคนธนารักษ์ นาคจันทร์ หรือ ปอ ซึ่งเป็นหัวหน้าคอยสั่งการ ผู้ต้องหาได้รับโทรศัพท์มือถือไว้ทำงานจำนวน 2 เครื่อง เพื่อสร้างบัญชีแอพพลิเคชั่น Tinder โดยได้รับการแนะนำให้สร้างโปรไฟล์เป็นผู้หญิงหน้าตาดี ทรงมีฐานะ เพื่อล่อผู้ชายคนไทยที่ทักแชตพูดคุยให้หลงรัก โดยในการพูดคุยของผู้ต้องหากับเหยื่อจะมีนายสุคนธนารักษ์ ซึ่งเป็นตัวการใหญ่ จะเป็นคนให้บทสคริปต์การแชตคุยสำหรับให้ผู้ต้องหาไว้ดูเป็นแนวทางในการพูดคุยกับเหยื่อ
เมื่อแชตพูดคุยจนผู้ต้องหาเริ่มมีความสนิทสนมกับเหยื่อพอสมควร ผู้ต้องหาจะส่งรูปภาพการได้กำไรจากการลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ให้ดู เมื่อเหยื่อหลงกลถามถึงรายละเอียดการลงทุนซื้อขายเงินตราต่างประเทศ (Forex) ตามแผนที่วางไว้ ผู้ต้องหาจะอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับผลกำไรที่จะได้ให้ทราบเพื่อหยั่งเชิงว่าเหยื่อจะมีความสนใจ หรือมีความโลภมากน้อยแค่ไหน จากนั้นเมื่อเหยื่อสนใจผู้ต้องหาจะแนะนำให้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น META TRADER5 เพื่อให้เหยื่อสมัครบัญชีทดลองเล่น โดยผู้ต้องหาจะแนะนำเหยื่อให้เล่นตามที่ผู้ต้องหาแนะนำเพื่อแสดงให้เหยื่อเห็นว่าเล่นแล้วสามารถได้กำไรและได้รับเงินจริง จนเหยื่อเกิดความมั่นใจจึงจะแนะนำให้เหยื่อเปิดบัญชีสำหรับลงทุน พร้อมกับแนะนำให้เหยื่อรู้จักและติดต่อกับนักวิเคราะห์การลงทุนที่มีความเชี่ยวชาญ (ซึ่งเป็นคนร้ายไม้ที่สอง) ที่ผู้ต้องหาอ้างกับเหยื่อว่าจะสามารถให้คำแนะนำเรื่องการลงทุนเพื่อให้ได้ผลกำไรที่แน่นอน ถือเป็นอันเสร็จสิ้นหน้าที่ของผู้ต้องหา
ที่ผ่านมาผู้ต้องหาทำหน้าที่เป็นคนหาเหยื่อไม้แรก โดยสร้างโปรไฟล์เป็นผู้หญิงหน้าตาดี ทรงมีฐานะ เพื่อล่อผู้ชายคนไทยที่ทักคุยให้หลงรักผ่านแอพพลิเคชั่น Tinder เพื่อส่งต่อให้คนร้ายไม้สองของขบวนการที่ประเทศกัมพูชาเป็นเวลาประมาณ 8 เดือน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงกลางกรกฎาคม 2565 หาเหยื่อให้กับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลวงให้รักและหลอกให้ร่วมลงทุนดังกล่าวในส่วนของไม้แรกได้ประมาณ 12 ราย ในจำนวน 12 ราย ที่ผู้ต้องหาส่งต่อให้คนร้ายไม้สองเพื่อหลอกเหยื่อต่อ

ปรากฏว่าคนร้ายไม้สองสามารถหลอกเหยื่อต่อจนสามารถหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินสำเร็จ จำนวน 4 ราย ความเสียหายต่อราย รายละประมาณ 700,000 (เจ็ดแสนบาท) ความเสียหายรวมกว่า 3,000,000 (สามล้านบาท) โดยในบรรดาเหยื่อที่มาตกหลุมรักกลลวงผู้ต้องหาไม้แรกส่วนใหญ่เป็นเจ้าของธุรกิจส่วนตัว พ่อค้า ข้าราชการ
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.ตาพระยา ภ.จว.สระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพกลโกงมากมายขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อ อย่าเห็นแต่ผลประโยชน์ที่ไม่มีความแน่นอน หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ เสนอขาย หรือชักชวนลงทุนในด้านต่างๆ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพหรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ สืบสวนนครบาล IDMB ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ และ พล.ต.ท.ธิติ

