พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงนายหยู ซิน ฉี ที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่าใช้สมาคมและโรงเรียนเถื่อนแอบอ้างเบื้องสูง เปิดทางขบวนการจีนเทาแบบนายชัยณัฐร์ หรือตู้ห่าว กรณ์ชายานันท์ ที่มาหากินในประเทศไทยว่า มีข้อมูลนายหยู ซิน ฉี แล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ประสาน พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒน์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) เพิกถอนวีซ่านายหยู ซิน ฉี ขณะนี้ยังไม่ได้ออกจากประเทศไทย ทราบพิกัดบ้านแล้ว วันเดียวกันนี้น่าจะได้ตัว เมื่อคืนตรวจสอบนายหยู ซิน ฉี ยังอยู่ในหมู่บ้านภัสสร ย่านวัชรพล-วงแหวน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจมีข้อมูล เฝ้ามองพฤติกรรมอยู่ กลุ่มทุนจีนแบบนี้พฤติกรรมคล้ายเดิม เดินทางเข้ามาพยายามถ่ายรูปบุคคลสำคัญ แล้วเก็บไว้ ส่งกลับไปเมืองจีน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าอยู่เมืองไทยใช้เงินซื้อได้หมด แล้วแต่งเครื่องแบบมียศ มีตำแหน่ง มีเครื่องราชฯ เพื่อให้กลุ่มคนจีนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมั่นใจ มิหนำซ้ำนายหยู ซิน ฉี ซึ่งถือเป็นแถวแรกที่จะเดินทางเข้ามา ยังไปเก็บเงินจากกลุ่มคนจีนเหล่านั้นด้วย ทำตัวเป็นพี่ใหญ่
ผู้สื่อข่าวถามว่า พฤติกรรมจะให้สมาคมเถื่อน โรงเรียนเถื่อน มาอำนวยความสะดวกให้จีนเทาทำวีซ่าใช่หรือไม่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ใช่แล้ว รูปแบบการตั้งสมาคม เป็นเรื่องใหญ่ ที่จะสร้างหน้าตา สร้างความน่าเชื่อถือ พอเห็นว่าเข้ามาไทยได้ตั้งสมาคม ถ่ายรูปบุคคลสำคัญ ผู้ใหญ่ แม้แต่ตนยังมีรูปกับคนบางกลุ่ม เวลาไปงานแล้วไม่รู้ตัว มีคนขอถ่ายรูป คนจีนเหล่านี้ใช้วิธีการคล้ายๆ แล้วทำวีซ่าเข้าประเทศ
“เรื่องนี้ ทำให้ผมต้องวนซ้ำมาที่ ตม. ที่เป็นเสมือนเป็นรั้วรอบบ้านที่เข้มแข็งไม่ใช่ไปเอาคนร้ายเข้ามาเอง เพราะฉะนั้นการดำเนินคดีกับตำรวจ ตม. เมื่อวานได้กราบเรียน ผบ.ตร.ไปแล้ว ซึ่งท่านได้กำชับให้ดำเนินคดีตรงไปตรงมา ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ขณะนี้นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น มาตรการการดูแลความปลอดภัยโดยเฉพาะ ตม.จะต้องนำมาใช้อย่างชัดเจน เพื่อเอาคนดีเข้าประเทศ ส่วนคนร้ายเข้าประเทศยาก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว และว่า แน่นอนย่อมมีผู้อยู่เบื้องหลังนายหยู ซิน ฉี ว่าเป็นใคร ต้องขอตรวจสอบก่อน เพราะถ้าเขาไม่มีใครช่วยเหลือ ไม่สามารถอยู่ในประเทศไทยได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งต้องไล่ต่อ แต่คนละเครือข่ายกับตู้ห่าว
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สำหรับนายหยู ซิน ฉี นั้น จะตั้งข้อกล่าวหา 1.ความผิดฉ้อโกง เป็นการหลอกลวง ให้ลงทุนแล้วฉ้อโกง มีผู้เสียหายหลายรายทั้งไทยจีน หลอกให้ร่วมลงทุน ซื้อคอนโดฯ สร้างโรงแรม 2.ตั้งสมาคมเถื่อน 3.แอบอ้างเบื้องสูง หลังเพิกถอนวีซ่าแล้ว จะเอาตัวมากักใน ตม. แล้วดำเนินคดีความผิดอาญาในไทย หลังจากดำเนินคดีเสร็จ จะผลักดันออกนอกประเทศ แล้วขึ้นแบล๊กลิสต์ขึ้นบัญชีถาวรห้ามเข้าประเทศอีกเด็ดขาด ส่วนการค้ามนุษย์ของ นายหยู ชิน ฉี ยังไม่มี ถ้าได้ตัวจะเข้ารวบรวมพยานหลักฐาน น่าจะมีผู้เสียหาย หรือรับแจ้งความหลังจากนี้ นอกจากกลุ่มนี้ยังมีกลุ่มอื่นๆ ที่ได้เดินทางกลับประเทศไปแล้ว ตั้งแต่คดีตู้ห้าว เรื่องผับลับ ทั้ง ผบ.ตร. ตน และ ผบช.น.ได้ดำเนินการ ทำให้กลุ่มจีนรีบออกนอกประเทศ
ต่อมา พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม.กล่าวว่า ได้เพิกถอน วีซ่า หยู ซิน ฉี แล้ว เพราะมีพฤติการณ์ไม่เหมาะสม มีหลักฐานเปิดสมาคมเถื่อน มีการเรียกรับเงินหรือไม่อยู่ระหว่างตรวจสอบ อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายเดือดร้อนแก่บุคคลอื่น ซึ่งต้องตรวจสอบต่อไป โดยอาจมีการโฆษณาเชื่อถือซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายได้ และจะมีการขอหมายศาลค้นบ้านสมาคมต่อไป

