นอภ.ท่าอุเทนลงมาตรการสกัดโจรกรรมรถยนต์ข้ามชาติ หลังพบมากขึ้น เล็งดึงชาวบ้านร่วมให้เบาะแส

4.12.16 | 12:05 น.

 

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 ว่าที่ ร.อ.พงศ์ศักดิ์ เวทยาวงศ์ นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว  ผกก.ตชด. 23 พ.ต.ต.ศักดิ์ชัย บุญภิโย รักษาราชการแทน ผบ.ร้อย ตชด.237 อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ลงพื้นที่ตรวจสอบหารือวางมาตรการแก้ไขปัญหา การลักลอบนำรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติ ส่งอออกไปขายประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว  หลังพบส่งข้ามไปขายบ่อยครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ได้ยึดรถกระบะโตโยต้า วีโก้ 4 ประตู ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อ คาดว่ามีการนำไปจำนำตามบ่อนพนันก่อนส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน โดยจากข้อมูลเชิงลึกพบว่ามีการลักลอบขนส่งรถยนต์โจรกรรมข้ามชาติส่งไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ในพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 100 คันต่อเดือน จึงต้องมีการเพิ่มมาตรการป้องกัน ตัดวงจรเส้นทางการโจรกรรม

ว่าที่ ร.อ.พงศ์ศักดิ์เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาการลักลอบนำรถยนต์โจรกรรมส่งข้ามไปขายประเทศเพื่อนบ้าน ถือเป็นปัญหาสำคัญที่จะต้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตำรวจ ตชด. ทหาร และชุมชนหมู่บ้าน วางแนวทางสกัดกั้นปราบปรามจริงจัง เพราะมีการลักลอบบ่อยขึ้น แต่ละเดือนจากเบาะแสพบว่ามีจำนวนมาก ที่ลักลอบส่งข้ามไปขาย เนื่องจากพื้นที่แนวแม่น้ำโขงมีระยะทางยาวมาก เป็นอุปสรรคในการตรวจสอบดูแลทั่วถึง ซึ่งรถยนต์ที่มีการลักลอบส่งไปขาย ล่าสุดจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่าส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ได้มาจากบ่อนการพนันต่างจังหวัด ที่เจ้าของนำไปจำนำ และเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการเช่าซื้อกับบริษัทผู้ขาย นอกจากนี้ยังมีบางคันที่ใช้วิธีดาวน์ต่ำ และนำมาส่งขาย  แต่ยอมที่จะผิดสัญญาเช่าซื้อ เพราะมีการทำเป็นขบวนการ หรืออาจมีการแจ้งหาย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัย โดยปัจจุบันกลุ่มโจรกรรม จะไม่เน้นเรื่องรถยนต์โจรกรรม เพราะจะมีการส่งขายลำบาก เพราะผู้เสียหายติดตาม แต่หากเป็นรถยนต์จากบ่อนพนัน หรือหนีไฟแนนซ์ จะไม่มีผู้เสียหายติดตาม ง่ายต่อการลักลอบ

อย่างไรก็ตาม ร.อ.พงศ์ศักดิ์กล่าวว่า จะต้องมีการวางแผนเพิ่มมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพราะจะเป็นต้นเหตุของการโจรกรรมรถยนต์ จะต้องมีการตัดวงจรการค้า โดยจะได้หารือกับทางตำรวจ ทหาร นรข. ฝ่ายปกครอง ในการลงพื้นที่ตรวจสอบสกัดกั้นปราบปรามจับกุมต่อเนื่อง ที่สำคัญจะต้องเดินหน้าเรื่องการสร้างความเข้าใจ ให้ความรู้กับชาวบ้านในพื้นที่ ร่วมแจ้งข้อมูล เบาะแส รวมไปถึงการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ยั่งยืน ไม่หวังประโยชน์จากกลุ่มขบวนการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด ไม้พะยูง หรือโจรกรรมรถยนต์ เพราะเชื่อว่าหากได้ความร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่ จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแน่นอน ซึ่งจากการตรวจสอบส่วนใหญ่จะลักลอบส่งไปขายในพื้นที่เดิม มีเป้าหมายไม่กี่จุด ที่จะต้องวางแนวทางป้องกัน เชื่อว่ามีคนในพื้นที่เกี่ยวข้องแน่นอน หากชาวบ้านในพื้นที่ให้ความร่วมมือ แจ้งเบาะแส มั่นใจลักลอบทำผิดยาก