ศาลชี้ มท.1-อปค.ใช้อำนาจขัด รธน. ปฏิเสธรับจดทะเบียน ‘เนติวิทย์’ เป็นกรรมการ แอมเนสตี้ไทย

17.02.23 | 16:35 น.
แฟ้มภาพ

ศาลปกครองกลางพิพากษา มท.1 และอธิบดีกรมการปกครอง ใช้อำนาจขัดรัฐธรรมนูญ กรณีปฏิเสธรับจดทะเบียน ‘เนติวิทย์’ เป็นกรรมการ แอมเนสตี้ไทย สั่งให้อธิบดีกรมการปกครองกลับไปพิจารณาคำขอจดทะเบียนใหม่

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาเพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2562 ที่ยกอุทธรณ์ของสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กรณีอธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะนายทะเบียนสมาคมกรุงเทพมหานคร มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้งนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมฯโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย พร้อมทั้งสั่งอธิบดีกรมการปกครองดำเนินการพิจารณาคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการสมาคมของสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม 2561 จำนวน 1 ราย ที่แต่งตั้งนายเนติวิทย์ เป็นกรรมการสมาคมฯคนใหม่ ให้เป็นไปตามกฎหมายต่อไป

ตามคำฟ้องของสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย และนายเนติวิทย์ ที่ได้ยื่นฟ้องรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมการปกครอง ต่อศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2562 ว่าร่วมกันใช้อำนาจหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในกรณีมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนแต่งตั้งนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล เป็นกรรมการสมาคมฯ

ศาลให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 29 วรรคสอง ได้บัญญัติว่า ในคดีอาญา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิด จะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ ประกอบกับพฤติกรรมของนายเนติวิทย์ ที่เป็นการแสดงออกถึงความคิดและความเชื่อของตน โดยไม่ปรากฏว่าเคยถูกศาลพิพากษา ว่าเป็นความผิดตามกฎหมายมาก่อน จึงเห็นว่าพฤติกรรมของนายเนติวิทย์ ตามที่อธิบดีกรมการปกครองกล่าวอ้าง ไม่อาจถือว่าขัดแย้งต่อวัตถุประสงค์ตามข้อบังคับของสมาคมแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย การที่อธิบดีกรมการปกครองมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการของสมาคม ในรายนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล จึงเป็นการจำกัดสิทธิขั้นพื้นฐานของบุคคลที่รัฐธรรมนูญบัญญัติให้การรับรอง และเป็นการใช้ดุลพินิจออกคำสั่ง เกินขอบเขตแห่งความจำเป็น เพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คำสั่งดังกล่าวของอธิบดีกรมการปกครอง จึงเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอ้างเหตุผลในการออกคำสั่งยกอุทธรณ์เนื่องจากนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล ถูกดำเนินคดีอาญาหลายคดีนั้น จึงเป็นการออกคำสั่งโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเช่นกัน

โดยสามารถอ่านรายละเอียดคำวินิจฉัยจากคำพิพากษาศาลปกครองกลางฉบับเต็มได้ตามลิงก์ที่เเนบมานี้
https://bit.ly/3EivJq7

 

Advertisement