เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. ฐานะ รองศูนย์ป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปข.ตร.) ประชุมขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทาง โดยใช้นโยบายบังคับใช้กฎหมาย ใน 4 มาตรการหลัก ได้แก่ มาตรการก่อนเกิดเหตุ มาตรการขณะเกิดเหตุ มาตรการสอบสวนขยายผล และมาตรการเฝ้าระวังและปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวว่า การประชุมขับเคลื่อน ศปข.ตร.ได้กำหนดมาตรการการปฏิบัติและกำชับให้หน่วย บช.น., ภ.1-9 และ บก.ทล. นำไปขับเคลื่อนเพื่อป้องกันและปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง สำหรับพื้นที่ที่มีสถิติการร้องเรียนและการจับกุมในปริมาณมากให้เร่งรัดกวดขันตรวจสอบการกระทำความผิดทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ เช่น คลิปการแข่งรถ, การขับรถที่ไม่คำนึงถึงความปลอดภัย, ร้านค้าออนไลน์ ฯลฯ และพื้นดิน เพิ่มความเข้มออกกวดขันตรวจตราแหล่งมั่วสุม จุดนัดหมาย สถานศึกษา ร้านจำหน่ายอะไหล่ ร้านซ่อมรถ ร้านดัดแปลงสภาพรถ ร้านแต่งซิ่ง โรงงาน และร้านขายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐาน ฯลฯ ดำเนินการตามกฎหมายกับตัวการ และสอบสวนขยายผลไปยังผู้สนับสนุน เช่น ผู้ผลิต ครอบครอง จำหน่าย ประกอบ ดัดแปลง ยุยงส่งเสริม สนับสนุนการแข่งรถในทางแอดมินเพจและกองเชียร์ กรณีสืบทราบหรือพบเห็นการรวมกลุ่มเพื่อแข่งรถในทาง ให้ สน./สภ.บูรณาการกำลังทุกฝ่ายให้ยุติกิจกรรมพร้อมติดตามจับกุมให้ได้โดยเร็ว พร้อมทั้งเร่งรัดกำหนดแนวทางการปฏิบัติเพิ่มเติม เพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวอีกว่า ตร.ให้ความสำคัญในการแสวงหาความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่ การแจ้งข้อมูลและเบาะแสจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ จึงกำชับเพิ่มเติมให้ทุกหน่วยให้ความสำคัญในการรับแจ้งเหตุและร้องเรียนในทุกช่องทาง ให้ กก.สส.บก.น./ภ.จว.ร่วมกับงานสืบสวนของ สน./สภ.ตรวจสอบและติดต่อสอบถามข้อมูลจากประชาชน เน้นการสืบสวนหลังเกิดเหตุให้ได้ตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีทุกราย เพื่อป้องปรามไม่ให้กลับมากระทำความผิดอีก และให้เร่งรัดการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และให้ความสำคัญกับการแสวงหาข้อมูลและเบาะแสจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่และช่องทางอื่นๆ ทุกช่องทาง พร้อมทั้งสืบสวนสอบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงโดยละเอียดทุกกรณี โดยขอประชาสัมพันธ์ว่า ประชาชนผู้ให้ข้อมูลหรือเบาะแสที่สามารถนำไปสู่การจับกุมความผิดแข่งรถในทาง ในช่องทางต่างๆ เช่น ศูนย์ 191, สายด่วน 1599, ศูนย์โซเชียลมีเดีย ศปก.ตร. ฯลฯ จะได้รับค่าตอบแทน รายละ 3,000 บาท โดยในปัจจุบันมีประชาชนที่ให้ข้อมูลหรือเบาะแสได้รับค่าตอบแทนแล้ว 23 ราย เป็นเงิน 69,000 บาท
พล.ต.ท.ประจวบกล่าวอีกว่า ตร.มีความมุ่งหวังที่จะดำเนินการป้องกัน และปราบปรามการแข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ให้บรรลุผลสำเร็จเป็นรูปธรรม จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกสถานีทั่วประเทศ ทุ่มเทสรรพกำลังอย่างต่อเนื่องจริงจัง เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนและสังคม

