เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาการอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช มอบหมายให้ นายนฤพนธ์ ทิพย์มณฑา ผอ.สำนักป้องกันปราบปรามและควบคุมไฟป่า นายพนัชกร โพธิบัณฑิต ผอ.ส่วนยุทธการด้านป้องกันและปราบปราม และนายยุทธพงค์ ดำศรีสุข นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ ฝ่ายกลยุทธ์ด้านการป้องกันรักษาป่า เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.บางเขน ให้ดำเนินคดีกับเรือประมงทั้ง 27 ลำ ซึ่งมีขนาดระหว่าง 40-113 ตันกรอส ในความผิดเกี่ยวกับการใช้เครื่องเข้าไปจับสัตว์น้ำในเขตพื้นที่อุทยาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ซึ่งมีอัตราโทษปรับสูงถึง 500,000 บาท ต่อการลงอวนลากปลา 1 ครั้ง เมื่อคำนวณโทษจากความผิดแล้วอาจถูกลงโทษปรับสูงถึง 40.5 ล้านบาท รวมถึงริบเรือประมงและอวนลากทั้งหมด
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า การดำเนินการเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ เพื่อแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดิน ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ และรักษาวิถีชีวิตของชาวเลให้คงอยู่ต่อไป โดยขณะลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาจากชาวบ้านมีการพบเรือประมงเข้าไปลักลอบทำประมงในเขตพื้นที่อุทยาน ซึ่งเป็นพื้นที่อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดกับระบบนิเวศ และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล จึงให้กรมอุทยานซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมาย เพื่อใช้การบังคับใช้กฎหมายในการช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว และสามารถฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลานต่อไป
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะประธานกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมที่ดิน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่รับฟังปัญหาจากชาวบ้านกว่า 200 คน ซึ่งขณะลงพื้นที่ตรวจสอบพบเรือประมงขนาดใหญ่ 27 ลำ ลากอวนขนาดใหญ่อยู่ในทะเล ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติตะรุเตาถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แก้ไขปัญหาข้อพิพาทบนพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ รวมทั้งฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้มีความอุดมสมบูรณ์ ให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวเลที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ และพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาชาวเลเกาะหลีเป๊ะ จึงมอบหมายให้กรมประมงและกรมอุทยานแห่งชาติ ตรวจสอบกรณีเรือประมงที่ลักลอบเข้าไปทำประมงในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งจากการตรวจสอบ ทั้งสองหน่วยงานยืนยันว่าเรือประมงขนาดใหญ่ทั้ง 27 ลำดังกล่าว เข้าไปลากอวนยักษ์ทำประมงในเขตอุทยานจริง
จากนั้นเวลา 16.00 น. ที่สมาคมประมงพื้นบ้านในถุ้ง อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ร่วมกับ ดร.อดิศร พร้อมเทพ อดีตอธิบดีกรมประมง และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางลงพื้นที่เพื่อพบปะพี่น้องชาวประมง ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 100 คน เพื่อร่วมกันเสนอความคิดเห็นในการพัฒนาแนวทางการขอออกใบอนุญาตทำประมงพื้นบ้าน เพื่อให้เข้ากับวิถีชีวิตของชาวประมงมากที่สุด และสามารถช่วยกันรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลในท้องถิ่นให้มีความอุดมสมบูรณ์
ทั้งนี้ การออกใบอนุญาตทำประมงพื้นบ้านนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางร่วมกันระหว่างรัฐและชาวประมงพื้นบ้าน ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำของแต่ละพื้นที่ แต่ละฤดูกาล รวมทั้งอุปกรณ์การจับสัตว์น้ำที่ไม่ทำลายธรรมชาติและสัตว์น้ำขนาดเล็ก เพื่อรักษาความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติให้มีความยั่งยืน อีกทั้งยังเสมือนเป็นการลงทะเบียนให้กับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐสามารถเข้าช่วยเหลือ สนับสนุนการทำประมงพื้นบ้าน ให้เป็นไปได้อย่างยั่งยืนและสืบทอดสู่รุ่นลูกหลานได้ต่อไป ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานการดำเนินการตามที่ พ.ร.ก.ประมงกำหนด โดยหลังจากประชุมรับฟังความคิดเห็นแล้ว จะได้มีการนำผลการหารือเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายประมงแห่งชาติพิจารณาดำเนินการต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า ตามความตั้งใจของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ซึ่งได้มอบหมายให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นร่วมกับพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน เพื่อสร้างความเข้าใจ รับฟ้งความคิดเห็น และร่วมกันกำหนดแนวทางการดำเนินการเพื่อให้เป้าหมายของการออกใบอนุญาตดังกล่าวมีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถบังคับใช้ได้จริง วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเดินทางลงพื้นที่ใน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อให้การทำความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการออกใบอนุญาตดังกล่าว เข้าถึงพี่น้องชาวประมงในแต่ละพื้นที่ให้มากที่สุดที่จะทำได้ ซึ่งทุกความคิดเห็น ทุกข้อเสนอแนะ ที่พี่น้องประชาชนได้พูดคุยและนำเสนอในวันนี้ กระผมและเจ้าหน้าที่ที่เดินทางมาในวันนี้ จะบันทึก รวบรวม และสรุปผลเสนอที่ประชุมคณะกรรมการ เพื่อนำไปพัฒนาแนวทางให้เกิดผลกระทบกับวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านให้น้อยที่สุด และสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลให้พี่น้องได้มีไว้ทำประมงจนชั่วลูกชั่วหลานต่อไป จากนี้จะยังมีการเดินทางไปยังจังหวัดอื่นๆ ตามแนวชายฝั่งทะเลที่มีการทำประมงพื้นบ้าน เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องชาวประมงให้ได้มากที่สุดต่อไป

