รวบหนุ่มเป็นผู้บริหารบริษัท ‘นอมินี’ เหตุไม่นำส่งงบการเงิน โทษปรับสูงถึง 1.8 ล้านบาท

22.02.23 | 11:41 น.

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ผบก.ปอศ.) สั่งการให้ พ.ต.ต.วรพจน์ ลลิตจิรกุล สว.กก.3 บก.ปอศ. และเจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.3 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุม นายอรรถวัต (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 344/2566 ลง 2 กุมภาพันธ์ ซึ่งต้องหาว่ากระทําความผิดฐาน “ร่วมกันไม่จัดทําและไม่นําส่งงบการเงินประจําปี และไม่จัดทําและนําส่งรายงานประจําปี” บริเวณคอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ


สืบเนื่องจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าหน้าที่ตํารวจว่า นายอรรถวัตซึ่งมีฐานะเป็นกรรมการของบริษัทแห่งหนึ่ง โดยมีหน้าที่สั่งการหรือกระทําการให้บริษัทดังกล่าว ต้องจัดทํางบการเงินและนําส่งรายงานทางการเงินต่อ กลต.แต่ทางผู้ต้องหาไม่ได้จัดทําและนําส่งรายงานดังกล่าว เป็นเหตุให้บริษัทดังกล่าวได้ทําการฝ่าฝืนข้อบังคับตามกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 และยังไม่ได้ดําเนินการแก้ไขเป็นระยะเวลาหลายเดือน ซึ่งมีโทษปรับ มูลค่ารวมกว่า 1.8 ล้านบาท โดยทางพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. ได้มีการออกหมายเรียกไปยังผู้ต้องหา ถึง 2 ครั้ง แต่ผู้ต้องหาไม่ได้มาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก เป็นเหตุให้มีการยื่นคําร้องขอออกหมายจับ ผู้ต้องหาเพื่อนําตัวมาดําเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตํารวจได้สืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาได้อาศัยอยู่ที่คอนโดแห่งหนึ่งในพื้นที่ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงลงพื้นที่เข้าตรวจสอบ พบตัวผู้ต้องหาอยู่ที่คอนโดดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตํารวจจึงเข้าแสดงตัวและจับกุมผู้ต้องหา จากนั้นนําตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอศ. เพื่อดําเนินการตามกฎหมายต่อไป

หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ตํารวจตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายอรรถวัตเป็นพนักงานบริษัท ของบริษัทดังกล่าว ซึ่งถูกชักชวนและลวงให้มาเป็นกรรมการบริษัท โดยให้สัญญาว่าจะรับผลประโยชน์มากขึ้น โดยไม่ต้องทํางาน เสมือนเป็นผู้บริหารในนามนอมินี ซึ่งผู้ต้องหาเชื่อผู้ที่มาชักชวน จึงได้เป็นกรรมการบริษัท จํากัด (มหาชน) โดยไม่ได้บริหารงานจริง ผู้ต้องหาจึงไม่ได้ไปทํางานและไม่ทราบหน้าที่ในการบริหารของบริษัท เป็นเหตุให้บริษัทได้ทําการฝ่าฝืนข้อบังคับตามกฎหมาย พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 ซึ่งมีโทษปรับรายวันและปัจจุบันได้ตรวจสอบแล้วพบว่าบริษัทยังฝ่าฝืน และยังไม่ได้ดําเนินการเป็นเวลาหลายเดือนซึ่งมีโทษปรับมูลค่าสูงถึง 1.8 ล้านบาท

Advertisement

สอบถามคําให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

เตือนภัย หากมีผู้ใดมาชักชวนเป็นกรรมการบริษัทหรือผู้มีอํานาจลงนาม ควรศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และขอย้ำเตือนว่า บริษัทมหาชนมีหน้าที่ต้องจัดทําและนําส่งงบการเงินและรายงานประจําปี ต่อสํานักงาน ก.ล.ต. โดยให้ปฏิบัติตรงตามระยะเวลาที่กําหนด หากเพิกเฉยถือเป็นความผิดทางอาญา ทั้งบริษัทหรือผู้ประกอบกิจการในนามนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป