เปิดนาที ปธ.กมธ.ขอ ‘หมอสุภัทร’ อย่าใช้อัตตาเหนือหลักฐาน พร้อมฟันธงคำสั่งย้ายเป็นไปตามระเบียบทุกประการ-ไม่นัดถกซ้ำ

22.02.23 | 17:09 น.

เปิดนาที ปธ.กมธ.ขอ ‘หมอสุภัทร’ อย่าใช้อัตตาเหนือหลักฐาน พร้อมฟันธงคำสั่งย้ายเป็นไปตามระเบียบทุกประการ-ไม่นัดถกซ้ำ ‘อนุทิน’ เผยเชื่อมั่น สธ.มีธรรมาภิบาล แนะต้องเคารพผลที่ประชุม

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ได้ข้อสรุปว่าการโยกย้าย นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (ผอ.รพ.) จะนะ จ.สงขลา ไปเป็น ผอ.รพ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา เป็นไปตามระเบียบทางราชการทุกประการ ทำให้การประชุมจบในครั้งเดียวว่า ตนเชื่อมั่นว่าการดำเนินการใดๆ ของกระทรวงสาธารณสุข เป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย มีธรรมาภิบาลอย่างที่ตนได้กล่าวให้สัมภาษณ์ทุกครั้ง ทั้งนี้ ที่มีข้อสงสัยประเด็นการโยกย้ายโดยผู้ตรวจราชการ กมธ.ก็ได้ตอบชัดเจนแล้วว่าไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ตรวจลงนามย้ายบุคลากรในกระทรวงฯ ดังนั้น ตนคิดว่าเรื่องนี้มีความชัดเจนแล้ว

เมื่อถามว่าการที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ประธาน กมธ. จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในคำวินิจฉัยหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ในการประชุมของ กมธ. ไม่ได้มีแค่นายศุภชัยเพียงคนเดียว แต่ยังมีคณะกรรมการร่วมด้วย นอกจากนั้น การประชุมครั้งนี้ กมธ.ก็ได้เชิญทั้ง นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 12 นายรุ่งเรือง ระหมันยะ ผู้ร้องเรียน รวมถึงตัว นพ.สุภัทร เข้าร่วมการประชุม ดังนั้น ประเด็นใดที่ยังมีข้อสงสัยก็สามารถซักถามได้ในที่ประชุม ก็ต้องคุยกันให้รู้เรื่องให้จบในที่ประชุม และเคารพผลการประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม กมธ.วันนี้ ประธาน กมธ.ได้ซักถาม นพ.สุภัทร ถึงประเด็นต่างๆ รวมถึงเหตุผลที่เชื่อว่านายอนุทินอยู่เบื้องหลังคำสั่งย้าย แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่มีหลักฐานประจักษ์ชัด โดย นพ.สุภัทรได้อ้างเพียงความเป็นพี่น้องในวงการแพทย์ พร้อมระบุว่า ปลัด สธ.ไม่เคยติดต่อไปหาตนก่อนมีคำสั่งย้าย ซึ่ง นพ.โอภาส ปลัด สธ.ได้ตอบ กมธ.ว่า ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด ไม่ได้มีเหตุจำเป็นใดที่ต้องโทรสายตรงไป เพราะสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนอยู่แล้ว

ขณะที่ประธาน กมธ.ได้กล่าวกับ นพ.สุภัทรว่า ขออย่าใช้อัตตาในการคาดเดาโดยไม่มีหลักฐาน เพราะการจะกล่าวหาผู้ใดจะต้องมีหลักฐาน โดยเฉพาะในทางราชการ

ส่วนกรณีการจัดซื้อชุดตรวจเอทีเค (ATK) ในราคาแพง นพ.สุภัทรให้คำตอบว่า สมัยที่ นพ.โอภาสเป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค ก็ได้จัดซื้อชุดตรวจราคาสูงเช่นกัน

Advertisement

ซึ่ง นพ.โอภาสได้ขอให้ นพ.สุภัทรถอนคำพูด พร้อมชี้แจงแสดงหลักฐานว่า ขณะที่ตนเป็นอธิบดีกรมควบคุมโรค ไม่เคยมีการจัดซื้อชุดตรวจเอง เพราะเป็นหน้าที่ขององค์การเภสัชกรรม ที่ได้จัดซื้อจัดหามาตามนโยบายของ รมว.สธ. ที่ย้ำว่าห้ามล็อกสเปก และให้เปิดซองประมูล ทำให้ซื้อเอทีเคล็อตแรกได้ในราคา 65 บาท ซึ่งทำให้ นพ.สุภัทรยอมถอนคำพูด