เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบก.ตร.) เปิดเผยกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ต.นำเกียรติ ธีระโรจนพงษ์ ผบก.ศฝร.บช.น. ในฐานะพนักงานสอบสวน ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง บก.ตม.4 และ บก.ตม.5 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการต่อวีซ่าให้กับกลุ่มทุนจีนสีเทาทั้ง 107 ราย ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น ในความผิดเกี่ยวกับการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และการเรียกรับผลประโยชน์ว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ดำเนินการขยายผลและเมื่อพบการกระทำผิดมีการแจ้งความดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนจะมีมากถึงตามจำนวนที่แจ้งดำเนินคดีหรือไม่ต้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ซึ่งคดีดังกล่าวเป็นความผิดของข้าราชการตำรวจ ผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะต้องถูกดำเนินคดีไปตามขั้นตอนและต้องส่งสำนวนให้กับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ซึ่งจะต้องมีการพิสูจน์ความจริงของทั้งสองฝ่ายต่อไป
พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าวต่อว่า กรณีที่สังคมมองว่าตำรวจกว่า 100 นายกระทำการทุจริตเป็นจำนวนมากนั้นไม่ขอแสดงความคิดเห็นต้องดูข้อเท็จจริงจะมีมากน้อยแค่ไหนก็ดูที่พยานหลักฐาน ส่วนผู้บังคับบัญชาจะต้องรับผิดชอบหรือไม่เพราะเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องเก่านั้นก็จะต้องตรวจสอบว่าผู้บังคับบัญชาในห้วงเวลาดังกล่าวใครเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ที่มอบหมายไปก่อนหน้านี้ก็ยังคงดำเนินการต่อซึ่งเป็นคนละส่วนที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์มอบหมายให้ พล.ต.ต.นำเกียรติ ไปแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับ 107 นาย ถือว่าเป็นคนละส่วนซึ่งทั้งสองหน่วยก็ดำเนินการตรวจสอบควบคู่กันไป

