อนุทิน ขอแรง “สูงวัย” เข้ารับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป มอบทุกจังหวัดรณรงค์เพิ่มขึ้น ชี้ ป้องกันโควิด-19 ได้นานถึง 6 เดือน ลดอาการได้กว่า 80% พร้อม ยับยั้งเชื้อโอมิครอน BA2.75 สายพันธุ์หลักในประเทศไทยได้
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดอะ ซีนิเซ่นส์ กรุงเทพมหานคร นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดกิจกรรม “ปกป้องกลุ่มเปราะบาง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน” รณรงค์สร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ด้วยการฉีดภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (LAAB) เชิงรุกให้กับผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่จะป่วยอาการหนักและเสียชีวิต โดยมี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารสมาคมการค้าและการบริการสุขภาพ และผู้บริหารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ เดอะ ซีนิเซ่นส์ ร่วมงาน
นายอนุทิน กล่าวว่า สธ.มีนโยบายให้ความสำคัญในการดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ ด้วยการส่งเสริมสุขภาพและเพิ่มความสุข ให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จึงมีกิจกรรมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 ให้กลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุในสถานดูแลและสถานพยาบาลด้วยการฉีด LAAB เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ตอบสนองต่อวัคซีนได้น้อยกว่าคนทั่วไป ซึ่งหากได้รับ LAAB ร่างกายจะมีภูมิคุ้มกันที่ใช้ต่อสู้กับเชื้อไวรัสได้ทันที และยังพบผลข้างเคียงน้อยมาก ขณะที่ ผลการศึกษาพบว่าในระยะเวลา 6 เดือนสามารถป้องกันโรคโควิดแบบมีอาการได้ถึง ร้อยละ 82.8 และสามารถยับยั้งเชื้อโอมิครอน BA2.75 ซึ่งเป็นสายพันธุ์หลักที่กำลังระบาดในประเทศไทยได้ ในวันนี้เป็นกิจกรรมที่ดีมีประโยชน์ จึงต้องขยายผลไปยังศูนย์สุขภาพฯ ทั่วประเทศ จึงขอให้ทุกจังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรณรงค์บริการฉีด LAAB ในผู้สูงอายุทั้งในสถานดูแลผู้สูงอายุ และโรงพยาบาล
นพ.โอภาส กล่าวว่า กว่า 2 ปีที่ผ่านมา ประชาชนในประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิดกว่า 146 ล้านโดส โดยกลุ่มผู้สูงอายุประมาณ 12.7 ล้านคน ได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว 10.2 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 80 และได้รับเข็มที่ 3 แล้ว 5.6 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 44 ส่วนการฉีด LAAB เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.2565 มีกลุ่มเปราะบางได้รับแล้ว 57,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้สูงอายุ 25,000 ราย ทั้งนี้ สธ.ได้เพิ่มการเข้าถึงบริการ LAAB ให้มากขึ้น ด้วยแนวทาง “เข้าเกณฑ์ฉีด ควรรับฟังเพื่อตัดสินใจ” โดยให้บุคลากรทางการแพทย์ชี้แจงข้อมูล เปิดโอกาสให้มีการซักถามเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนตัดสินใจฉีด LAAB ซึ่งปัจจุบันมีหน่วยบริการหลายแห่งให้บริการฉีดในผู้สูงอายุแล้ว เช่น เขตสุขภาพที่ 3 และ 4 โรงพยาบาลราชวิถี เป็นต้น สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักที่จำเป็นต้องสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วย LAAB ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปและผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายอวัยวะ, ผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง, ผู้ป่วยโรคมะเร็ง, ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ต้องฟอกไต รวมถึงผู้เป็นกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์ที่มีภูมิคุ้มกันตํ่าหรือตามดุลพินิจของแพทย์

