หน้าแรก ในประเทศ ยังคึก! เมือง...

ยังคึก! เมืองหนาวแก่นมะกรูด แห่ขึ้นรับลมเย็น ซื้อของฝากจากชุมชนพึ่งตนเอง

5.12.16 | 13:42 น.

วันที่ 5 ธันวาคม 2559 เวลา 10.00 น. ที่ ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นักท่องเที่ยวยังคงพากันเดินทางพร้อมครอบครัวเที่ยวชมสัมผัสบรรยากาศหนาวที่แก่นมะกรูดกันอย่างคึกคัก พร้อมกับแวะเลือกซื้อของฝาก อย่างเช่น พืชผักพื้นบ้าน และผักเมืองหนาว เช่น มัลเบอร์รี ฟักทอง ฟักใหญ่ กล้วย  ต้นหอมยักษ์ หรือต้นหอมญี่ปุ่น และกะหล่ำปม ซึ่งพืชผักที่ชาวกะเหรี่ยงนำมาขายนั้นจะเป็นพืชผักที่ชอบอากาศหนาวทั้งสิ้น และยังลงมือปลูกกันเองแบบจริงจัง ทั้งยังปลอดสารพิษ และราคาถูก จึงทำให้นักท่องเที่ยวพากันเลือกซื้อเป็นของฝากกลับไปกันได้อย่างสบายกระเป๋าและได้ในปริมาณที่มากกว่าอีกด้วย และยังเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้กับชุมชนกะเหรี่ยงแก่นมะกรูดได้เป็นอย่างดี และยังถือเป็นผลสำเร็จในการพลิกวิถีชีวิตของชุมชนกะเหรี่ยงภายใต้โครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตามแนวพระราชดำริที่ได้มีการเปิดแหล่งท่องเที่ยวดังกล่าวนี้และยังได้ผลตอบรับและมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ภายใต้การช่วยเหลือดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี รวมกว่า 6 ปีอีกด้วย

201612051124092-20140425161738
สำหรับแหล่งท่องเที่ยวเมืองหนาวแก่นมะกรูดนั้น เป็นโครงการที่มูลนิธิปิดทองหลังพระได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายก อบจ.อุทัยธานี ดำเนินการเปลี่ยนแปลง ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตและแนวคิดของชุมชนกะเหรี่ยงในพื้นที่ ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ให้ดำเนินรอยตามหลักการใช้ชีวิตปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จนประสบเป็นผลสำเร็จดังที่ตั้งหวังไว้มาแล้วกว่า 6 ปี ที่ทำให้พื้นที่และวิถีชีวิตของชุมชนกะเหรี่ยงแห่งนี้มีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี พึ่งพาตัวเองได้อย่างแท้จริง รู้จักการพึ่งพิงป่าและใช้ประโยชน์จากป่า แทนการทำลาย ซึ่งจากเดิมนั้นชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่จะอาศัยอยู่บนยอดเขาสูงติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และอยู่กันเป็นชุมชน มีการปลูกไร่เลื่อนลอย เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และอ้อย เป็นหลัก จึงทำให้ชาวบ้านนั้นมีการลักลอบตัดไม้เพื่อสร้างที่ทำกิน และนำไม้ไปสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่ป่าอนุรักษ์จำนวนมาก ซึ่งทางส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการเข้าขอคืนพื้นที่ป่าอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็มักจะเกิดปัญหาซ้ำซาก คือการที่ชาวบ้านนั้นยังคงกลับเข้าไปทำการรุกพื้นที่ป่าสงวนอีกเช่นเคย จนกระทั่งมูลนิธิปิดทองหลังพระได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุทัยธานี นายเผด็จ นุ้ยปรี นายก อบจ.อุทัยธานี ได้ทำการเข้าสำรวจชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยงที่นี่อย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถพลิกวิถีชีวิตให้กับชุมชนกะเหรี่ยงแห่งนี้ได้สำเร็จ มีการริเริ่มสร้างสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในช่วงฤดูบนยอดดอยแก่นมะกรูด
201612051124097-20140425161738
ต่อมาโดยร่วมกับศูนย์พัฒนาชาวเขาที่ 73 ในการจัดทำสถานที่ท่องเที่ยวพืชไม้ดอกเมืองหนาวขึ้นในปี 2553 ภายใต้โครงการพื้นที่ต้นแบบบูรณาการแก้ไขปัญหาและพัฒนาพื้นที่ ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตามแนวพระราชดำริ และทำการเปิดตลาดให้ชาวบ้านนั้นนำสินค้าที่ตนเองมี ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอ พืชผัก ผลไม้ต่างๆ นำมาวางจำหน่าย ซึ่งถือเป็นจุดที่ทำให้ชุมชนกะเหรี่ยงนั้นมีการเปิดกว้างทางสังคมมากขึ้น ชาวบ้านเริ่มหยุดการทำไร่ หยุดการรุกป่า และหันมาร่วมกันปลูกพืชผักสวนครัว และผลไม้ยืนต้น เช่น กล้วย มะม่วง เป็นหลัก พร้อมกับเริ่มทำการทดลองปลูกผลไม้เมืองหนาว อย่างเช่น สตอเบอร์รี่ และมัลเบอร์รี่ ซึ่งผลปรากฏว่าพื้นที่บนแก่นมะกรูดนั้นสามารถปลูกพืชเมืองหนาวได้จริง ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อยไม่แพ้ภาคเหนืออีกด้วย ทั้งยังปลอดสารพิษไม่มีการใส่ปุ๋ย หรือฉีดพ่นยาฆ่าแมลงใดๆ ทั้งสิ้น และชาวบ้านทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี มีการเปิดกว้างทางสังคมและเศรษฐกิจมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการดำเนินรอยตามหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำรัสและโครงการต่างๆ ของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนได้นำมาปรับใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันจนประสบความสำเร็จกันอย่างยั่งยืนถาวรทั่วทุกพื้นที่ และดังเช่นชุมชนกะเหรี่ยง ต.แก่นมะกรูด อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี นี้ด้วยเช่นกัน