ร้อง รพ.เอกชนดังโคราช ทำทารกตายในครรภ์ระหว่างรอผ่าคลอด

24.02.23 | 11:55 น.

ร้อง รพ.เอกชนดังบกพร่อง ทำทารกตายในครรภ์ระหว่างรอผ่าคลอดบุตร พยาบาลไม่ตรวจรักษาตามหลักวิธีทางการแพทย์ทำทารกสำลักขี้เทา สธ.เร่งประสานเจรจาให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา ร.ต.อ.ปริวัตร วอนกระโทก อายุ 61 ปี พร้อมด้วย นายอนุศิษฏ์ วางขุนทด อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นพ่อ และสามีของนางปริตรา วางขุนทด อายุ 29 ปี ได้นำเอกสารหลักฐานเดินทางเข้าไปร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับนายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา จากกรณีที่นางปริตราได้ตั้งครรภ์ และนัดหมายผ่าทำคลอดบุตรที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2566 เวลา 08.09 น. และได้เข้านอนพักที่โรงพยาบาลเพื่อรอผ่าคลอดบุตรในช่วงเย็นของวันที่ 10 มกราคม

ร.ต.อ.ปริวัตรระบุว่า ขณะนอนพักรอคลอดบุตรอยู่ที่ รพ.นั้น พยาบาลได้มีการตรวจครรภ์โดยได้ใช้เครื่องมือทางการแพทย์ตรวจทารก แล้วแจ้งว่าการเต้นหัวใจของทารกปกติดีทุกอย่าง แต่หลังจากนั้นพยาบาลเวร ไม่ได้เข้ามาตรวจตามวงรอบอีกเลย จนกระทั่งเวลาประมาณ 02.30 น. พยาบาลเวรจึงได้เข้ามาตรวจวัดความดัน และการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ แล้วพยาบาลเวรแจ้งว่า ฟังเสียงการเต้นของหัวใจทารกไม่ชัด ทารกอาจจะโก่งตัวจึงทำให้ฟังไม่ชัด ก่อนที่พยาบาลเวรจะเดินออกไป โดยไม่มีการตรวจด้วยเครื่องมืออย่างอื่นซ้ำอีก และไม่มีการรายงานเหตุต่อแพทย์แต่อย่างใด ซึ่งไม่เป็นไปตามหลักวิธีทางการรักษาผู้ป่วย

ต่อมาใกล้ถึงเวลากำหนดผ่าคลอดในช่วงเช้าของวันที่ 11 มกราคม เวลาประมาณ 06.00 น. พยาบาลได้นำนางปริตราเข้าห้องผ่าตัดทำคลอด และแพทย์ได้เข้ามาตรวจครรภ์ของนางปริตราเพื่อจะผ่าคลอดปรากฏว่า ทารกภายในครรภ์ของนางปริตราเสียชีวิตลงไปก่อนแล้ว โดยจากการตรวจของแพทย์ระบุว่า ทารกภายในครรภ์ของนางปริตราเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 ชั่วโมง ซึ่งทารกที่คลอดออกมา เป็นทารกเพศหญิง น้ำหนักตัว 2,840 กรัม และจากกรณีดังกล่าวครอบครัวของนางปริตราเห็นว่า เกิดจากความบกพร่องประมาทเลินเล่อของบุคลากรของ รพ. จึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครราชสีมา พร้อมกับเข้าร้องเรียนกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา

Advertisement

ร.ต.อ.ปริวัตร วอนกระโทก อายุ 61 ปี พ่อของนางปริตราผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับบุตรสาว และบุตรเขยของตนนั้น ตนเชื่อว่าเกิดจากความบกพร่อง และประมาทเลินเล่อของบุคลากรของโรงพยาบาล ซึ่งหลังเกิดเหตุทางโรงพยาบาลได้เจรจาพูดคุยกับทางครอบครัวของตน และยอมรับว่าเป็นความบกพร่องของบุคลากรของโรงพยาบาล โดยสาเหตุเกิดจากเด็กทารกมีอาการสำลักขี้เทาก่อนผ่าคลอด

“ทาง รพ.เองก็ยอมรับผิด และยินดีจะชดใช้เยียวยาให้กับครอบครัวของตน แต่หลังจากพูดคุยเจรจากับทาง รพ.มาแล้ว 3 ครั้งก็ยังตกลงกันไม่ได้ เพราะทางโรงพยาบาลยินยอมชดใช้เยียวยาให้กับครอบครัวของตนจำนวน 3 ล้านบาท แต่ทางครอบครัวของตนเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวครอบครัวตนต้องอยู่ในภาวะเศร้าเสียใจ และกระทบกระเทือนกับการดำเนินชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะลูกสาวของตนที่ทำงานเป็นครู และต้องสูญเสียบุตรไป ทุกวันนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เพราะเมื่อลูกสาวของตนมองเห็นเด็กๆ ก็จะอยู่ในอาการซึมเศร้าเพราะยังทำใจกับการสูญเสียไม่ได้”

นายแพทย์วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาได้รับเรื่องไว้แล้ว และจะเร่งดำเนินการประสานกับทาง รพ.เอกชนดังกล่าว เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยเจรจาหาไกล่เกลี่ยหาข้อสรุปกัน ด้วยความพอใจของทั้งสองฝ่าย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดขณะนี้ก็คือ สภาพจิตใจของครอบครัวผู้ที่สูญเสียบุตร ซึ่งทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมาจะได้ส่งทีมแพทย์ และนักจิตวิทยาลงไปพบให้คำแนะนำกับครอบครัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทางครอบครัวได้กลับมามีสภาพจิตใจที่ดี และใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขอีกครั้ง