พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม.สั่งการชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ปริญญา รักษาแก้ว สว.กก.5 บก.ปคม., ร.ต.อ.ประเสริฐ บ่อโทนดำ รอง สว.กก.5 บก.ปคม., ร.ต.ต.สัญญา บุญกุศล รอง สว.(ป.) กก.5 บก.ปคม., ด.ต.เธียรศักดิ์ ฤทธิ์สุวรรณ ผบ.หมู่.กก.5 บก.ปคม., ส.ต.อ.ชัยสิทธิ์ จงรักษ์ ผบ.หมู่.กก.5 บก.ปคม., ส.ต.อ.วชิรพงศ์ อ่องยิ้ม ผบ.หมู่ กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุม นางสาวขนิษฐา (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี สัญชาติไทย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 513/2566 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ได้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง ถ.บ้านชะอำ 1/5 ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี โดยต้องหาว่ากระทำผิดฐาน
1.สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำผิดฐานค้ามนุษย์ เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
จากการค้าประเวณี ซื้อขาย จำหน่าย พามาจาก หรือส่งไปยังที่ใดแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ยังไม่ถึงสิบแปดปี และได้ลงมือกระทำผิดตามที่ได้สมคบกัน
2.ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลใดเพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการเพื่อการอนาจารซึ่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้ผู้นั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม,
3.เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่นร่วมกันเป็นธุระจัดหาล่อไปหรือชักพาไป เพื่อการอนาจารซี่งบุคคลอายุเกินสิบห้าปี แต่ไม่เกินสิบแปดปี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตาม
4.ร่วมกันกระทำด้วยประการใดๆ โดยการช่วยเหลือ ให้ความสะดวก หรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่น รับประโยชน์ ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณี และโดยทุจริตรับไว้
5.ร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย
6. ร่วมกันชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร หรือน่าจะทำให้เด็กมีความประพฤติเสี่ยงต่อการกระทำผิด”
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ขออนุมัติจากผู้บังคับบัญชา ทำการปฏิบัติการล่อซื้อการค้าประเวณีเด็ก ในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี พร้อมช่วยเหลือเหยื่อ/ผู้เสียหาย จำนวน 1 ราย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 16 จากการสอบถาม น.ส.เอ ให้การว่าตนได้มา ขายบริการทางเพศกับ น.ส.สุภาพร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาในขบวนการและได้จับกุมก่อนหน้านี้แล้ว
เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2565 จากนั้น และได้สอบปากคำ น.ส.สุภาพ จนได้ข้อมูลว่า เป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าให้เด็กร่วมกับ น.ส.ขนิษฐาซึ่งทำหน้าที่เป็นแม่เล้าอีกคนหนึ่ง และใช้บัญชีธนาคารของ น.ส.ขนิษฐา ในการรับโอนเงินค่าขายบริการทางเพศเด็กและค่าหัวคิวจากการขายบริการทางเพศเด็ก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. จึงได้ดำเนินการตรวจสอบเส้นทางการเงิน บัญชีธนาคารของ น.ส.เอ, น.ส.สุภาพร และน.ส.ขนิษฐา จึงพบว่า มีเส้นทางการเงินที่เกี่ยวกับการค้าประเวณีเด็กที่เชื่อมโยงถึงกัน สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและคำให้การของ น.ส.เอ และน.ส.สุภาพร โดยปรากฏข้อเท็จจริงว่า นางสาวขนิษฐา ได้ติดต่อ ขายบริการทางเพศ น.ส.เอ ให้กับ นายท่องหล่อ ในราคา 1,600 บาท และให้ส่วนแบ่งค่าบริการทางเพศ น.ส.เอ จำนวน 800 บาท ด้วยการโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร
ส่วนเงินจำนวนที่เหลือ 800 บาท ได้แบ่งเป็นค่าหัวคิวระหว่าง น.ส.สุภาพร และน.ส.ขนิษฐา
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้รวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับ น.ส.ขนิษฐา ที่ 513/2566 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2566 ในข้อหา สมคบค้ามนุษย์ฯ ตามข้อหาดังกล่าวข้างต้น
และเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ประสานองค์กร Operation Underground Railroad (O.U.R.) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรจากสหรัฐอเมริกา ที่มีภารกิจในการต่อต้านการค้ามนุษย์และการแสวงหาประโยชน์จากเด็ก และได้รับการสนับสนุน สุนัขดมกลิ่นเพื่อตรวจค้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชื่อ Hidu (ฮิดู) ซึ่งเป็นสุนัขตรวจจับอุปกรณ์เก็บข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ (ESD K9)
สายพันธุ์ลาบราดอร์ริทรีฟเวอร์ เมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ฮิดูได้รับการฝึกฝนเพื่อดมหากลิ่นสารกันความร้อน
ที่มีอยู่ในอุปกรณ์เหล่านี้ ที่ Jordan Dectection K9 Center ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 6 สัปดาห์
ก่อนมาประจำการที่ประเทศไทย ในการเข้าทำการตรวจค้นครั้งนี้ เนื่องจากอาจมีการซุกซ่อน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐาน เช่น โทรศัพท์มือถือ, External harddisk, Flash drive ซึ่ง Hidu ผลการตรวจค้น พบโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก และแฟลชไดรฟ์ จึงได้ยึดไว้เพื่อตรวจสอบ และควบคุมตัวนำส่ง กก.5 บก.ปคม.
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา


