คนโสด แห่ร่วม “โสดสมาร์ท” กรมอนามัยเผย 87% อยากมีคู่ครอง สาวเปิดใจร่วมงานครั้งแรก บอกเคล็ดลับความสุข

25.02.23 | 12:37 น.

กรมอนามัย เปิดงาน “โสดสมาร์ท” สร้างคอมมูนิตี้แลกเปลี่ยนมุมมอง เผย 87% อยากมีคู่ครอง แต่ยังไม่เจอคนที่ใช่ วอนจัดงานต่อเนื่อง สาวสวยยังโสด เปิดใจเข้าร่วมงาน บอกเคล็บลับโสดอย่างมีสุข

เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ดร.เจนจิรา รัตนเพียร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวในการเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพคนโสดรุ่นใหม่ ที่มีผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมงานกว่า 200 คน ว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาเด็กเกิดน้อย และสังคมสูงวัย จากอัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) ที่ต่ำกว่าระดับทดแทนประชากร ไม่ว่าจะเป็น สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ รวมถึงไทย โดยประเทศไทยมีอัตราเจริญพันธุ์รวมเหลือเพียง 1.16 ในปี 2564 และมีแนวโน้มจะลดลงอีก หากไม่มีมาตรการออกมาชะลอการลดลงของจำนวนการเกิด จะส่งผลให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยน สัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ในขณะที่วัยเด็กและวัยแรงงานลดลง ประเทศไทยจึงจำเป็นจะต้องเตรียมรับมือกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน การจัดเก็บภาษีเงินได้ที่ไม่เพียงพอกับรายจ่าย รวมถึงการเตรียมการด้านงบประมาณ เพื่อดูแลสวัสดิการสำหรับประชาชนในแต่ละช่วงวัยด้วย

ดร.เจนจิรา กล่าวว่า ที่ผ่านมา สธ.มีนโยบายส่งเสริมการเกิดและการเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ แต่ยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนการเกิดได้ จึงได้จัดกิจกรรม Sod Smart เพื่อพัฒนาศักยภาพคนโสดรุ่นใหม่ เพื่อสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้ชีวิตคู่และการมีบุตร ตลอดจนเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของวัยแรงงาน โดยการจัดกิจกรรมนี้ได้มีการรับฟังข้อเสนอเชิงนโยบายจากประชาชนสำหรับคน 3 กลุ่ม คือ คือ 1.กลุ่มคนโสด เสนอให้มีแอพพลิเคชันที่สามารถ matching ปลอดภัย ไม่มีค่าใช้จ่าย รวมถึงลดหย่อนภาษีสำหรับผู้ที่ดูแลบุพการี มีสวัสดิการด้านที่อยู่อาศัย และส่งเสริมระบบการออมเพื่อการเกษียณ

2.กลุ่มที่ต้องการมีบุตร เสนอให้แก้กฎหมายอุ้มบุญให้คนที่ไม่ใช่ญาติสามารถตั้งครรภ์แทน ผู้หญิงโสดสามารถขออสุจิจากธนาคารอสุจิ (sperm bank) สำหรับการตั้งครรภ์ได้ การสร้างทัศนคติและค่านิยมในการสร้างครอบครัว และมีบุตรในวัยอันควร การสนับสนุนค่าเลี้ยงดูบุตรตั้งแต่แรกเกิดถึง 15 ปี เพิ่มวันลาคลอดเพื่อเลี้ยงดูบุตร แบบได้เงินเดือน 6 เดือน และการผลักดันให้การรักษาภาวะมีบุตรยากเป็นสิทธิประโยชน์ และ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ เสนอให้จัดศูนย์ดูแลผู้สูงอายุแบบไปเช้าเย็นกลับ แจกผ้าอ้อมผู้ใหญ่ แผ่นรองซับให้ครอบคลุมทั่วประเทศ สร้างคอมมูนิตี้ที่เอื้ออำนวยความสะดวกต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุในราคาไม่แพงและการมีแอพพลิเคชั่น เพื่อให้ผู้สูงอายุในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การซื้อของ ยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ การหาคนทำความสะอาดบ้าน ช่างซ่อมแซมบ้าน ที่ปรึกษาด้านสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เป็นต้น

“นอกจากนี้กลุ่มคนโสดเสนอว่าการให้สวัสดิการผู้สูงอายุควรคำนึงถึงกลุ่มที่ทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุด้วย โดยเสนอให้สิทธิการลาเพื่อพาผู้สูงอายุไปพบแพทย์ สิทธิการลาเพื่อดูแลผู้สูงอายุที่เจ็บป่วย สิทธิลดหย่อนภาษีที่มากกว่าคนทั่วไป การยืดหยุ่นเวลาทำงาน การให้สิทธิทำงานจากบ้าน (WFH) และการมีที่ปรึกษาด้านสุขภาพจิตเพื่อลดความเครียด ซึ่งข้อเสนอเหล่านี้ จะมีการเสนอให้กระทรวง  ที่เกี่ยวข้องได้พิจารณา เพื่อผลักดันให้เกิดการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป” ดร.เจนจิรา กล่าว

Advertisement

ด้าน นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ผลสำรวจความเห็นคนโสดที่ร่วมกิจกรรม Sod Smart ใน EP.1 พบว่า คนโสด ร้อยละ 87 อยากมีคู่ มีเพียง ร้อยละ 13 เท่านั้นที่อยากอยู่เป็นโสด ซึ่งเหตุผลที่ยังคงเป็นโสด คือ ยังไม่เจอคนที่ใช่ ไม่มีเวลา ไม่มีโอกาสที่จะได้พบกับเพื่อนใหม่ และมีภาระมาก การดูแลตัวเองก็ลำบากแล้ว เมื่อสอบถามว่าอยากมีบุตรหรือไม่ พบว่า ร้อยละ 64 ต้องการมีลูก ร้อยละ 13 ไม่อยากมีลูก ร้อยละ 23 ไม่แน่ใจ โดยคนที่ไม่ต้องการมีลูกระบุว่า สภาพสังคมไม่น่าอยู่ กลัวเลี้ยงลูกได้ไม่ดี และการทำงานไม่เอื้อให้มีลูก ทั้งนี้ กิจกรรม Sod Smart เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างครอบครัวคุณภาพ (smart family) ที่กรมอนามัยได้เปิดตัวโครงการไปในปี 2563 ภายใต้ชื่อโครงการวิวาห์สร้างชาติ เน้นกลุ่มเป้าหมาย 3 กลุ่มคือ “คนโสด คนมีคู่ คนมีคู่แต่มีบุตรยาก” เพื่อให้ทุกกลุ่มมีการเตรียมความพร้อมก่อนสมรสและก่อนมีบุตร การจัดงานนี้เป็นการเตรียมความพร้อมให้กับกลุ่มคนโสด ที่เป็นกลุ่มต้องเผชิญกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรทั้งทางตรงและทางอ้อม ส่วนข้อเสนอให้มีการอุ้มบุญจากแม่ที่โสด ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณายกร่าง ซึ่งมีประเด็นซับซ้อนมากจะต้องพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

“กิจกรรม Sod Smart ไม่ได้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการ Matching ให้กับกลุ่มคนโสด ดังนั้น คนโสดจะมีโอกาสได้พบคู่หรือไม่ คงจะต้องติดตามกันต่อไป เพราะเหตุผลของคนที่อยู่เป็นโสดมีหลายเหตุผล แต่อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าร้อยละ 98.3 อยากให้กรมอนามัยจัดกิจกรรม Sod Smart อีก ดังนั้น จึงค่อนข้างชัดเจนแล้วว่า การมีกิจกรรมสร้างสรรค์ที่ทำให้คนโสดได้มีโอกาสรู้จักกันเป็นโครงการที่ตรงใจกับคนโสด ส่วนเรื่องการได้คู่หรือไม่ได้คู่ขอให้เป็นเรื่องของบุพเพสันนิวาส” นพ.เอกชัย กล่าว

ด้าน “คนโสด” ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม น.ส.เกตน์สิรี วิวัฒนพงศ์พันธ์ อายุ 29 ปี กล่าวว่า ตนเห็นการประชาสัมพันธ์จากเฟซบุ๊กวิวาห์สร้างชาติ และรู้ไหมใครโสด จึงเข้ามาร่วมกิจกรรมครั้งแรกในฐานะคนโสด เพราะสนใจหัวข้อเวทีเสวนา ส่วนสาเหตุที่ยังโสดเพราะยังไม่เจอคนที่มีทัศนคติเหมือน ๆ กัน อย่างไรก็ตาม การเป็นคนโสดที่มีความสุขได้จะต้องเริ่มต้นจากการรักตัวเองก่อน เพื่อให้ได้ส่งต่อความรักให้ผู้อื่น อย่างที่ดีเจพี่อ้อย คลับฟรายเดย์ได้บอกว่า การที่เราจะมีใครซักคน ก็ขอให้เราต่างรู้สึกได้รับของขวัญที่เข้ามาเติบเต็มชีวิตซึ่งกันและกัน ตนก็เปิดใจพร้อมเรียนรู้กับผู้คนใหม่ ๆ ส่วนเรื่องการวางแผนครอบครัวในการมีลูกนั้น ตนมองว่าจะต้องเกิดจากการตัดสินใจร่วมกันของคนสองคน ร่วมพูดคุยกับสาวโสดได้ที่ instagram : ketsy_ketsiree