หมอสูติ เผยแม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำลูกคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าปกติ 7 เท่า อันตรายเทียบโคเคน ซ้ำเจอเสพยาบ้า

27.02.23 | 14:25 น.

หมอสูติ เผยแม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า ทำลูกคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าปกติ 7 เท่า อันตรายเทียบโคเคน ซ้ำเจอเสพยาบ้า-ไอซ์ ระหว่างท้องลูก อ้างคลอดง่าย แพทย์ย้ำ ถึงตายได้

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โอฬาริก มุสิกวงศ์ สูตินรีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์ และโฆษกรัฐมนตรีช่วยว่าการ สธ. กล่าวถึงการใช้บุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้าในหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวว่า บุหรี่มีอันตรายทั้งแบบธรรมดาและแบบไฟฟ้า (ELECTRIC CIGARETTE) ที่ปัจจุบันบุหรี่ไฟฟ้ามี 2 แบบ คือ แบบมีนิโคตินและไม่มีนิโคติน แต่ที่มีเหมือนกันคือ สารสร้างรสชาติที่ทำให้ผู้สูบหลงใหลในกลิ่น โดยมีการศึกษาพบว่า สารระเหยที่ออกมาส่งผลต่อการทำงานของรกในครรภ์ที่ส่งผลถึงลูกได้ ในปี 2022 ต่างประเทศมีการศึกษาผลกระทบการใช้บุหรี่ไฟฟ้ากับแม่และเด็กในครรภ์ พบว่า เกิดปัญหาคลอดก่อนกำหนดได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 7 เท่า ซึ่งปัญหานี้เทียบเท่ากับการใช้โคเคน ทั้งนี้ การคลอดก่อนกำหนดจะกระทบทางกายคือ เด็กตัวเล็กกว่ามาตรฐาน ทำให้ต้องอยู่ในตู้อบนาน นอกจากนั้น เมื่อโตขึ้นอาจเกิดผลกระทบทางสมอง ทำให้เรียนรู้ได้ช้ากว่าคนปกติด้วย บางรายอาจตาบอดได้ ส่วนเรื่องเด็กที่คลอดแล้วได้รับควันบุหรี่มือสอง มีการศึกษาในเด็กช่วงอายุ 6 ปี พบว่า มีปัญหาโรคปอดมากกว่าเด็กทั่วไป

“งานวิจัยพบว่า ผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้ามักใช้ร่วมอย่างอื่น เช่น สารเสพติด เราจึงขอให้แม่ตั้งครรภ์งดไปเลย เพราะว่าข้อมูลในประเทศไทยเราเจอเยอะขึ้นพอสมควร โดยเฉพาะแถบภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเขตสุขภาพที่ 4 ส่วนใหญ่จะเกิดกับผู้ที่ใช้ยาเสพติดอยู่เดิม ที่มีความเชื่อว่าถ้าใช้ยาเสพติดระหว่างตั้งครรภ์จะทำให้คลอดง่าย ที่พบมากคือ ยาบ้าและยาไอซ์ ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด กลับทำให้คลอดก่อนกำหนด เด็กออกมาแล้วต้องอยู่ในไอซียู แม่บางรายเสียชีวิต แต่เราก็พบว่าส่วนหนึ่งก็เป็นคนที่เพิ่งเริ่มใช้ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล เพราะการคัดกรองฝากครรภ์ แม่ก็อาจไม่ได้ตอบความจริงว่า ตัวเองใช้สารเสพติดอยู่” นพ.โอฬาริกกล่าว และว่า ปัจจุบันหลายเขตสุขภาพ ได้เริ่มคัดกรองแม่ที่มาฝากครรภ์ว่ามีการใช้สารเสพติดหรือไม่จากการตรวจปัสสาวะ ซึ่งอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลว่า มีแม่เสียชีวิตจากการใช้สารเสพติดระหว่างตั้งครรภ์มากน้อยอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า ผลกระทบเกิดขึ้นเมื่อสูบต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งสูบเป็นครั้งคราวก็เกิดผลกระทบได้ นพ.โอฬาริกกล่าวว่า งานวิจัยในคนทำได้ยาก แต่ที่ผ่านมา มีการวิจัยหลายรูปแบบ รูปแบบแรก มีการเอาเซลล์มนุษย์มาทำในหลอดทดลอง พบว่าเซลล์เกิดผลกระทบในหลอดทดลอง รูปแบบที่ 2 คือ การทดลองในสัตว์ ก็พบว่าส่งผล แต่การวิจัยในมนุษย์ยังไม่ได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่สูบ กับกลุ่มที่ไม่ได้สูบ อย่างไรก็ตาม หากเป็นผู้ที่สูบมาก่อนแล้วนั้น การเลิกสูบเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เพราะการได้รับควันมือ 2 ก็เกิดผลกระทบเช่นกัน