หน้าแรก ในประเทศ น้ำป่าทะลัก&#...

น้ำป่าทะลัก’นบพิตำ-กรุงชิง’สะพานขาด ดินสไลด์ ผู้ว่าฯรุดช่วยเหลือ

5.12.16 | 21:45 น.

เมื่่อวันที่ 5 ธ.ค.นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอสิชล หลังจากได้รับรายงานว่ากระแสน้ำได้กัดเซาะคอสะพานขาด และมีสะพานทรุดตัวเสี่ยงอันตรายต่อการสัญจรไปมา โดยได้เดินทางไปติดตามสถานการณ์ 3 จุด โดยจุดที่ 1 ที่บริเวณสะพานข้ามคลองเชื่อมต่อระหว่างหมู่ 1 กับหมู่ 11 บ้านบ่อน้ำร้อน ต.สี่ขีด อ.สิชล ซึ่งคอสะพานถูกกระแสน้ำป่ากัดเซาะขาด ยาวประมาณ 50 เมตร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา ในเบื้องต้นหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้ร่วมกันซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเพื่อให้ประชาชนได้ใช้รถจักรยานยนต์สัญจรไปมาได้ชั่วคราวแล้ว แต่รถยนต์ยังไม่สามารถผ่านไปมาได้เนื่องจากกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวถนนยังเสี่ยงต่อการถูกกัดเซาะ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เดินทางมายังบริเวณสะพานข้ามคลองท่าควาย ที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่ 1 กับหมู่ 6 ต.เขาน้อย ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กมีความยาวประมาณ 80 เมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี 2556 ด้วยงบประมาณฟื้นฟูอุทกภัยปี 2554 โดยที่เสาตอม่อช่องที่ 3 เกิดการทรุดตัวจากการถูกกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากกัดเซาะ เมื่อเช้าวันนี้ (5 ธ.ค.) เนื่องจากโครงสร้างฐานรากไม่ได้ตอกเสาเข็มแต่ใช้ฐานแผ่ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ประสานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปประเมินความปลอดภัยก่อน โดยห้ามมิให้รถขนาดใหญ่วิ่งผ่านโดยเด็ดขาด และให้มีการปักป้ายเตือนด้วย

201612052046343-20041020143405

ต่อจากนั้นเดินทางต่อไปยังจุดที่ 3 คือที่บริเวณท่อน้ำล้นคลองห้วยแก้ว หมู่ 3 ต.เขาน้อย ซึ่งกระแสน้ำเชี่ยวกรากรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านไปมาได้ มีประชาชนติดค้างอยู่ในพื้นที่ประมาณ 50 ครัวเรือน โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งนำถุงยังชีพและอาหารกล่องเข้าไปช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว ส่วนในระยะยาวจะได้ประสานกับแขวงทางหลวงชนบทในการสำรวจและออกแบบเพื่อสร้างสะพานต่อไป

นายจำเริญกล่าวว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชเกิดอุทกภัยทั้ง 23 อำเภอ มีหนักบ้างเบาบางแล้วแต่สภาพของพื้นที่และปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา แต่ในภาพรวมขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มคลี่คลายแล้ว แต่อีกหลายพื้นที่ยังทรงตัว จึงได้สั่งการให้นายอำเภอทุกอำเภอบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน ให้ครอบคลุมและทั่วถึง ห้ามมิให้ผู้ประสบภัยอดน้ำอดอาหาร นอกจากนี้ขอฝากไปยังพ่อแม่ผู้ปกครองอย่าปล่อยให้เด็กเล่นน้ำ เพราะอาจจะจมน้ำเสียชีวิตได้ ในส่วนของพื้นที่เสี่ยงภัยต่างๆ โดยเฉพาะพื้นที่ดินโคลนถล่มในเขตพื้นที่ภูขามีอาสาสมัครเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและได้มีการซักซ้อมความเข้าใจกันแล้ว หากมีการแจ้งเตือนภัยก็ขอให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย หรือที่ศูนย์อพยพที่แต่ละพื้นที่กำหนดไว้แล้ว อย่าได้ประมาทอย่างเด็ดขาด

201612052046346-20041020143405

Advertisement

ขณะที่ศูนย์เฝ้าระวังภัยพิบัติกรุงชิงได้รายงานสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติประจำที่ 5 ธันวาคม พบว่าในพื้นที่หมู่ 1 ต.นบพิตำ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช ได้เกิดดินสไลด์บริเวณห้องแถวเก่าแก่ 6 ห้องที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หน้า สภ.นบพิตำ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ลาดชันริมฝั่งคลองกลาย เป็นห้องแถวที่มีผู้คนอาศัยสลับกันหลายรุ่นหลายคนมาแล้ว บ้านพักห้องแถวนี้เคยผ่านภัยพิบัติน้ำป่าไหลหลากดินโคลนถล่มหนักๆ มาแล้ว 2 รอบ ด้วยกัน เมื่ออุทกภัยปี 2531 และปี 2554 มีแนวโน้มว่าหากฝนยังคงตกอยู่อาจทำให้ห้องแถวเก่าแก่นี้ทรุดลงสู่คลองกลายได้

เมื่อเวลา 20.00 น.ศูนย์รับแจ้งเหตุ/งานรักษาความปลอดภัย ม.วลัยลักษณ์ ได้รายงานว่า น้ำป่าทะลักท่วมพื้นที่กรุงชิง นบพิตำ อย่างรวดเร็ว สะพานบางส่วนเริ่มขาด ลงมาถึงพื้นที่ ต.นาเหรง ต.กะหรอ หมู่ 1,3,5,7,8 อีกไม่นานก็จะลงมาถึงพื้นที่ ต.หัวตะพาน ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา อ.สิชล จะส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก