กทม.เพิ่มเส้นทางความก้าวหน้า ขยับโควต้าสู่ลูกจ้างประจำ ทดลองสำนักงานเขตรูปแบบใหม่

28.02.23 | 19:13 น.

ประธานที่ปรึกษา ต่อศักดิ์ ย้ำ กทม. ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมแต่งตั้งโยกย้าย เริ่มทดลองการทำงานสำนักเขตรูปแบบใหม่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ห้องนพรัตน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) แถลงข่าวผลการดำเนินงานของคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินการตามนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. ด้านโครงสร้างและการบริหารทรัพยากรบุคคลของ กทม.

นายต่อศักดิ์กล่าวว่า จากการทำงานของคณะกรรมการ 8 เดือนที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมในการแต่งตั้ง การเลื่อนลำดับ ตั้งแต่ข้าราชการระดับล่างจนถึงระดับสูง ยกตัวอย่าง ลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจำ เส้นทางความก้าวหน้าแบบเดิม เริ่มจากการเป็นลูกจ้างชั่วคราว เมื่อมีคุณสมบัติครบถ้วน มีผลการประเมินดี หน่วยงานสามารถคัดเลือกขึ้นมาเป็นลูกจ้างประจำ โดยให้โควต้าการขึ้นเป็นลูกจ้างประจำเพียง 1% ซึ่งคณะกรรมการได้มีการปรับเปลี่ยนดังนี้

1.ปรับโควต้าการขึ้นเป็นลูกจ้างประจำ จาก 1% เป็น 4%
2.ลูกจ้างชั่วคราวและลูกจ้างประจำที่มีคุณวุฒิและคุณสมบัติครบถ้วน สามารถสมัครสอบเป็น
ข้าราชการ กทม.สามัญได้
3.เพิ่มเส้นทางความก้าวหน้า ในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานที่ใช้ความรู้ ทักษะ กฎหมาย และเทคนิคเฉพาะด้าน
ขึ้นเป็นระดับ ส3 และ ส4 จากเดิมลูกจ้างประจำจะมีระดับเงินเดือนอยู่ใน ส1 และ ส2 ได้แก่ พนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดหนัก พนักงานเทศกิจ พี่เลี้ยง พนักงานผ่าและรักษาศพ
4.การปรับแก้หลักเกณฑ์การคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราวเป็นลูกจ้างประจำ โดยเน้นประสบการณ์และ
ผลงานเป็นสำคัญ
5.มีการจ้างบุคคลภายนอก (Outsource) ในงานบริการสาธารณะ เช่น การจัดการขยะ
การลอกท่อระบายน้ำ ฯลฯ

นายต่อศักดิ์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งเป็นระดับชำนาญการพิเศษ ให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม โดยพิจารณาจากประสบการณ์ ผลสัมฤทธิ์ด้วยเครื่องมือคัดเลือกที่หลากหลาย โดยออกเป็นกฎ ก.ก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกเพื่อเลื่อน และแต่งตั้งข้าราชการ กทม.สามัญ ให้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำนาญการพิเศษ พ.ศ.2565 พร้อมนำระบบ OKRs กำหนดในแผนปฏิบัติราชการของหน่วยงาน และเชื่อมโยงการประเมินผลปฏิบัติราชการระดับบุคคล โดยปีนี้มุ่งเน้นการประเมินในระดับบุคคลของผู้อำนวยการเขต

Advertisement

“คณะกรรมการได้มีการปรับปรุงรูปแบบการสรรหา เพื่อให้มีกรอบอัตรากำลังด้วยความรวดเร็วในการให้บริการประชาชน ประกอบด้วย การสอบแข่งขัน, การสอบคัดเลือก, การคัดเลือก, การบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างองค์กร (MOU), การจัดทำนักเรียนทุน, การคัดเลือกจากบุคลากร, การคัดเลือกคนพิการ, การคัดเลือกในวุฒิที่ขาดแคลน, การขอใช้บัญชีจากหน่วยงานในสังกัดหรือหน่วยงานอื่น รวมถึงมีการพัฒนาระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการสอบ เช่น การรายงานตัวผ่านออนไลน์ การสอบสัมภาษณ์ผ่านออนไลน์ และเตรียมเปิดสอบภาค ก ด้วยระบบออนไลน์

มีการทดลองปรับโครงสร้างและระบบงานเขตใหม่ ซึ่งเดิม กทม.มีหน่วยงานรองรับในเขต 10 ฝ่าย เปลี่ยนเป็นการจัดกลุ่มภารกิจในพื้นที่เป็น 6 กลุ่มภารกิจ มีเป้าหมายให้โครงสร้างเล็ก กะทัดรัด มีประสิทธิภาพกระชับฉับไว โดยออกแบบให้โครงสร้างสามารถตอบสนองการพัฒนาเศรษฐกิจเมือง และทดลองนำร่องในกลุ่มภารกิจด้านสังคมและคุณภาพชีวิตของสำนักงานเขตนำร่อง (sandbox) ได้แก่ สำนักงานเขตบางเขน สำนักงานเขตคลองเตย สำนักงานเขตภาษีเจริญ สำนักงานเขตตลิ่งชัน และจะดำเนินการขยายผลในอีก 5 กลุ่มภารกิจ” นายต่อศักดิ์กล่าว

นายต่อศักดิ์กล่าวว่า สำหรับการพัฒนากำลังคน ได้ผนึกกำลังการพัฒนาร่วมกัน 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ สำนักงาน ก.ก. มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร โดยออกแบบการพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงานเส้นเลือดฝอย 5 กลุ่มงาน ได้แก่ นักจัดการเมือง นักจัดการคุณภาพชีวิตเมือง นักจัดการสิ่งแวดล้อมเมือง วิศวกรเมือง และนักจัดการความปลอดภัยเมือง มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพผ่านระบบ E-Learning และการพัฒนาแบบ Active Learning ปรับรูปแบบการนำเสนองานผ่าน Project Base Learning โดยเป็นการเสนอร่วมกันของผู้เข้ารับการพัฒนาเพื่อนำโครงการหรือแนวคิดที่น่าสนใจไปใช้ในการปฏิบัติงาน

ส่วนการขับเคลื่อนนโยบายโปร่งใส ไม่ส่วย ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตกรุงเทพมหานคร (ศปท.กทม.) โดยมีผู้ว่าฯ กทม.เป็นหัวหน้าศูนย์ และศูนย์ปฏิบัติการติดตามการต่อต้านการทุจริตของกรุงเทพมหานคร (ศปต.กทม.) มีรองปลัด กทม.เป็นผู้อำนวยการศูนย์ สั่งราชการสำนักงาน ก.ก. ต่อมาสร้างความร่วมมือกับเครือข่ายภาคราชการ ได้แก่ สำนักงาน ปปช. ผ่านชมรม Strong การประเมิน ITA เป็นต้น และภาคเอกชน ผ่านการประกาศเจตนารณ์ร่วมกับองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) และ
ความร่วมมือกับสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยผ่านโครงการ Open Bangkok

รวมถึงการใช้หลักเกณฑ์การดำเนินการทางวินัยให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยออกกฎ ก.ก. ว่าด้วยการดำเนินการทางวินัย พ.ศ.2565 ระหว่างข้าราชการ กทม.สามัญ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และบุคลากร กทม. เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในการดำเนินการที่รวดเร็ว ลดกระบวนงาน