หน้าแรก ในประเทศ รุก ‘อร่อยโกอ...

รุก ‘อร่อยโกอินเตอร์’ ดันซอฟต์เพาเวอร์ อาหารไทย

1.03.23 | 06:02 น.

รุก‘อร่อยโกอินเตอร์’ ดันซอฟต์เพาเวอร์ อาหารไทย

กระหึ่มทั่วโลกอีกครั้งกับอาหารและเครื่องดื่มไทย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เว็บไซต์ชื่อดังที่แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อาหาร และเครื่องดื่มทั่วโลก อย่าง TasteAtlas จัดอันดับให้ “ชาเย็นไทย” ติดอันดับที่ 7 ของโลก ประเภทเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในโลก

นอกจากนี้ ยังจัดอันดับให้ “ปาท่องโก๋” ของไทยคว้าอันดับ 5 ของโลกเป็นของหวานสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลก ด้วยคะแนน 4.5 ดาว ทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกมากยิ่งขึ้น  นอกจากชาเย็นไทย และปาท่องโก๋แล้ว ยังมีเมนูอาหารไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ทั้ง ต้มยำกุ้ง ที่ได้รับการจัดอันดับจาก CNN travel สำนักข่าวระดับโลก เป็น 1 ใน 20 รายการอาหารประเภทซุปที่ดีที่สุดในโลกเมื่อปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความยอมรับในอาหารไทยจากสายตาชาวโลกอย่างแท้จริง

ส่วน แกงพะแนง ได้อันดับที่ 6 จาก 100 อาหารพื้นถิ่นดีที่สุดในโลกในช่วงปี 2022 ของเว็บไซต์ TasteAtlas
ในแต่ละปีนั้นประเทศไทยสร้างรายได้จากซอฟต์เพาเวอร์ในกลุ่มอาหาร เป็นเงินมหาศาล ข้อมูลล่าสุดของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ปี 2565 เผยยอดการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร มีมูลค่า 1,083,952.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
ร้อยละ 6.57 จากปีก่อนหน้า

แบ่งเป็นเครื่องดื่ม มูลค่า 68,781.43 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.56 แยกเป็นเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 54,945.53 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 8.23 และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ มูลค่า 13,835.90 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 41.13 และยังมีสิ่งปรุงรสอาหาร มูลค่า 31,807 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.5
สำหรับแนวทางการผลักดันซอฟต์เพาเวอร์อาหารไทยนั้น “ภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยว่า กรมมีแนวทางต่อยอดจากการที่อาหารและเครื่องดื่มไทยติดอันดับโลก เช่น ชาเย็น ปาท่องโก๋ รวมถึงสินค้าอื่นๆ ที่เห็นว่ามีศักยภาพ

Advertisement

อาหารและเครื่องดื่มไทยมีชื่อเสียงติดอันดับโลก เป็นการยกระดับภาพลักษณ์สินค้าของไทยเป็นอย่างดี ทำให้เกิดกระแสความนิยมอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ ถือเป็นการกระตุ้นความต้องการบริโภค สินค้าอาหาร ธุรกิจบริการอาหาร และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องของไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ที่ผ่านมา กรมดำเนินการส่งเสริมอาหารไทยในประเทศต่างๆ ทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการ ส่งเสริมภาพลักษณ์อาหารไทยและธุรกิจบริการอาหารไทยในภูมิภาคต่างๆ โดยในปี 2566 จะเร่งรัดดำเนินโครงการเพื่อ
ต่อยอดจากการที่อาหารและเครื่องดื่มติดอันดับโลกรวม 4 กิจกรรม

1.กิจกรรมร่วมกับร้านอาหารไทย โดยจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาด การสาธิตการปรุงอาหารไทยและโปรโมตเมนูอาหารไทย รวมถึงส่งเสริมร้านอาหารไทยผ่านแพลตฟอร์มสั่งอาหารออนไลน์
2.กิจกรรมคู่ขนานกับการส่งเสริมการขายร่วมกับซุปเปอร์มาร์เก็ต/ห้างสรรพสินค้า ในตลาด ศักยภาพ อาทิ จีน และยุโรป เพื่อโปรโมตอาหารไทยโดยใช้สินค้าอาหาร ผลไม้ เครื่องปรุง และวัตถุดิบจากไทยในกลุ่มผู้บริโภค mainstream

3.ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อท้องถิ่นในต่างประเทศและสื่อออนไลน์ชั้นนำที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย Influencer และ KOL ที่มีชื่อเสียง รวมถึงสถาบันสอนทำอาหาร
4.จัดงานเทศกาลอาหารไทย จะเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง

“กรมจะขยายต่อยอดการผลักดันสินค้าอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ ที่ตรงกับการบริโภคตามกระแส Megatrend ที่ตอบโจทย์กระแสสุขภาพ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน รวมถึงอาหารเพื่อสุขภาพคาดว่าในปี 2566 มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตร และอาหาร จะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 2 หรือประมาณ 1,105,631 ล้านบาท ประมาณ 31,876 ล้านเหรียญสหรัฐ” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ตั้งเป้าเพิ่มยอดส่งออกอาหารและเครื่องดื่มไทย

เชฟ “ชุมพล แจ้งไพร” ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยชื่อดัง มองว่าการที่เว็บไซต์ต่างประเทศจัดอันดับอาหารไทยก็ต้องขอบคุณที่ช่วยทำให้อาหารไทยเป็นที่รู้จักเพิ่มอีก แต่ในการผลักดันซอฟต์เพาเวอร์อาหารไทยนั้น กำลังคุยกับทางหน่วยงานรัฐที่จะผลิตสารคดีเรื่องอาหารไทย เผยแพร่แพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง
ชื่อดังอย่างเน็ตฟลิกซ์ เพื่อให้มีความเข้าใจในอาหารไทยอย่างถ่องแท้ อย่างผลิตภัณฑ์เรื่องกะทิ เป็นต้น เป็นการใช้สื่อโซเชียลให้เป็นประโยชน์ เพราะอาหารไทยยังมีเรื่องของประโยชน์จากสมุนไพรมากกว่าเรื่องรสชาติ ที่ควรต้องเผยแพร่ให้ได้รู้

อย่างไรก็ตาม เท่าที่อยู่ในแวดวงอาหารไทยมา 30 กว่าปีในช่วง 15 ปีหลัง อาหารไทยติดอันดับ 1 ใน 3 ของความมีชื่อเสียงในระดับโลก อาหารไทยเสน่ห์อยู่ที่รสชาติ มีรสชาติหลากหลายที่สุดอยู่ในจานเดียว อย่างมัสมั่น มี 8 รสชาติ ต้มยำกุ้ง 8 รสชาติ เปรี้ยว หวาน เผ็ด มันซ่อนอยู่ในจานเดียว
“การผลักดันให้คนรู้จักอาหารไทย ส่วนตัวผมได้เปิดสถาบันสอนทำอาหารเปิดการเรียนการสอนไทยออนไลน์ และเตรียมจะทำในเมตาเวิร์ส เปิด 7 ภาษา เพื่อให้ความรู้เรื่องอาหารไทยได้อย่างถูกต้อง คนมาเรียนมีทั้งชาวไทยและต่างชาติ การสร้างซอฟต์เพาเวอร์อาหารไทยต้องมีเชฟอาหารไทยที่มีความรู้ที่ถูกต้องด้วย” เชฟชุมพลกล่าว

ด้าน “ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์” เชฟชื่อดังและอาจารย์สอนทำอาหาร เสริมว่า เห็นด้วยอย่างยิ่งในการผลักดันเรื่องซอฟต์เพาเวอร์อาหารไทยไปให้ทั่วโลกได้รู้จัก จริงๆ อาหารไทยเป็นที่นิยมไปทั่วโลกอยู่แล้ว อย่างมัสมั่นติดอันดับอาหารไทยยอดนิยมในต่างประเทศมาหลายปีแล้ว หรือกรณีที่นักร้องสาวไทยนำของหวานไปโชว์บนเวทีก็ยังดังสนั่น รวมทั้งเรื่องของลูกชิ้น น้ำจิ้มลูกชิ้นยังดังและกลายเป็นกระแส

อาหารไทยเป็นสิ่งที่เรามีอยู่ไม่ต้องลงทุน เพียงแต่เอามาปัดฝุ่นใช้สื่อในการที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้เป็นที่รู้จัก ส่วนการไปโรดโชว์ต่างประเทศที่ภาครัฐใช้อยู่ก็ทำไปแม้ยอดขายจะเป็นของภาคเอกชน แต่ในความเป็นจริงไม่ได้เกิดการถวิลหาอาหารไทย และเป็นคนละเรื่องกับภาพลักษณ์ ที่ควรจะต้องเข้ามาส่งเสริม เพื่อให้เกิดการถวิลหา คนอยากมาเที่ยว อยากมากิน ภาครัฐควรส่งเสริมการใช้ชื่อให้มากขึ้น เช่น อาจจะสร้างละคร ภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับอาหารไทย สอดแทรกเนื้อหาลงไป

“ชาไทยที่ติดอันดับเครื่องดื่มตอนนี้ไปไกลมาก สมัยก่อนจะมีแค่มัทฉะ ชาญี่ปุ่น ตอนนี้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าชาไทยมีความโดดเด่น มีเอกลักษณ์ อย่างชาชักทางภาคใต้ และอีกชนิดที่กำลังดัง คือน้ำอัญชันตอนนี้เป็นที่นิยมมาก มีการนำไปผสมในค็อกเทล ของดีมีราคา” อาจารย์ยิ่งศักดิ์กล่าว
ทิ้งท้าย

เป็นการรวมพลังทั้งภาครัฐและเอกชน ที่จะช่วยกันผลักดัน หนุนชูให้ซอฟต์เพาเวอร์อาหารและเครื่องดื่มไทย เป็นรู้จักในวงกว้างมากขึ้น ซึ่งจะนำมาซึ่งรายได้ทั้งจากการส่งออก และจากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยเพื่อหาชิม-ดื่ม