เตือน! เลือกก.ตร.ห้ามครอบงำลูกน้อง เจอคุก 6 เดือน หวั่น’นาย’โกรธผลคะแนนไม่เป็นตามใบสั่ง

3.03.23 | 12:50 น.
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ(ซ้าย) พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษตร(ขวา)

เลือก ก.ตร.ผู้ทรงวุฒิ เตือนผู้บังคับบัญชาห้ามครอบงำผู้ลูกน้อง เจอคุก 6 เดือน ผกก.หวั่นงานนี้นายโกรธแน่นับที่หน่วยคะแนนไม่เข้าเป้า พล.ต.ท.เรวัช เผย แบ่งสายชัดเลือกผู้สมัครจบนรต.กับจบมหา’ลัย สายข.ปลัดฉิ่ง มาแรงสุด


ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ทรงวุฒิคณะกรรมการข้าราชการตำรวจหรือ ก.ตร. (ก.) ,(ข.) ประเภทละ 3 คน พร้อมกันใน วันที่ 15 มีนาคม เวลา 08.30-16.30 น. สถานที่เลือกตั้ง กกต.จะกำหนดและประกาศให้ทราบก่อนวันเลือกตั้ง ให้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือก ในต่างจังหวัดอาจเป็นสำนักงานกกต.จังหวัด หรือสถานที่ที่ กกต.กำหนด ขณะที่ กทม.ใช้สโมสรตำรวจ ทั้งนี้เป็นการเลือกตั้งก.ตร.ครั้งแรกในรอบ 9 ปี หลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ที่มีผลบังคับเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2565 เป็นต้นมา ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตั้งแต่รอง ผกก. หรือเทียบเท่าขึ้นไปมีจำนวนกว่า 13,000 คน กำหนดให้บัตร 1 ใบ เลือกได้ 6 คน

พ.ต.อ.รายหนึ่งกล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกันในบรรดาผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งทราบว่าผู้บังคับบัญชาที่ลงสมัครเริ่มยกหูโทรหาลูกน้องของตัวเองสมัยที่เคยรับราชการ เช่น พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม อดีตผบช.ภ.8 ได้โทรหา ขณะที่พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม อดีตรองผบ.ตร. เป็นคนเข้าถึงได้ง่าย ทำงานด้วยหลักการน่าเชื่อถือ มีลูกน้องในผบช.ภ.6 มีคนพูดถึงเยอะ หลายคนอยากจะเลือก พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษตร อดีตผบช.ปส. สายบู๊ ได้ใช้สื่อโซเชียล ทั้งเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก ประชาสัมพันธ์ เรื่องราวสมัยทำงานปราบปรามจับโจรผู้ร้าย ขณะที่พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น อดีตจเรตำรวจแห่งชาติ เคยเป็นผบช.ภ.2 และภ.8 มีลูกน้องจำนวนมาก แล้วยังมีดีกรีดอกเตอร์ สอนหนังสือ นายตำรวจจะชอบกัน ได้เปิดเฟซบุ๊กแนะนำด้วย ส่วนก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ข. ที่เป็นบุคคลภายนอกที่มีคุณสมบัติคือเคยเป็นข้าราชการตำแหน่งอธิบดีมาก่อน เป็นอาจารย์หรือทำงานด้านการสื่อสารมวลชน หรือทำงานด้านภาคประชาสังคม คนที่มาแรง คือ นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย

“กังวลตอนนี้คือการเลือก ก.ตร.ผู้ทรงวุฒิจะทำให้ผิดใจกับเจ้านาย ที่บอกให้เลือกเบอร์นั้นเบอร์นี้ผ่านหัวคะแนนไป แล้วมีการนับคะแนนที่หน่วย รู้ทันทีว่าคะแนนไม่เข้า ได้โกรธกันแน่ๆ” ผกก.กล่าว

Advertisement

พล.ต.ต.รายหนึ่งกล่าวว่า การเลือกตั้ง ก.ตร.ผู้ทรงวุฒิครั้งนี้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่รู้ว่าจะดีขึ้นหรือเท่าเดิม แต่ถือเป็นความหวังของตำรวจทั้งประเทศ เพราะผู้สมัครก.ตร.ผู้ทรงวุฒิ ที่เกษียณราชการแล้วนั้น มีข้อดีคือมีประสบการณ์การทำงาน แต่ข้อเสียคือไม่รู้จักตำรวจปัจจุบัน เพราะการทำงานไม่เหมือนกับยุคอดีตสมัยพวกท่านเป็นผู้บังคับบัญชา

“ถ้าเลือกคนที่เกษียณไปแล้วแต่ยังอยู่ในแวดวงเป็นครูบาอาจารย์ตำรวจ เป็นที่ปรึกษาในกองบัญชาการก็มีประโยชน์ แต่ถ้าไม่อยู่ก็ไม่มีประโยชน์ ที่สำคัญเกรงว่าจะอยู่ภายใต้การเมือง เพราะบางคนตอนรับราชการมีความนิยมทางการเมืองของตัวเอง เมื่อมาลงสมัคร ก.ตร.อาจสงสัยว่าการเมืองส่งมาให้เป็นร่างทรงหรือไม่ จึงอยากเลือกคนที่ปลอดการเมืองจริง ๆ ดังนั้นการเลือกตั้ง ก.ตร.ครั้งนี้ ในเมื่อตำรวจรุ่นใหม่ไม่รู้จักผู้สมัครที่เป็นอดีตผู้บังคับบัญชา คงต้องฟังนายของตัวเองว่าให้เลือกนายเก่าคนไหน” พล.ต.ต.กล่าว และว่า เท่าที่ได้ยินตอนนี้มีการพูดถึง พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ที่ยังเป็นครูบาอาจารย์อยู่ และพล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ที่มีลูกน้องพูดชมว่าเป็นนายที่ดีมาก

พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ผบช.ก.ตร.) กล่าวว่า การเลือกตั้งก.ตร.ครั้งนี้ มีข้อควรระวัง มาตรา26 พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 วรรคสาม ห้ามผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใดสั่งการ ข่มขู่ หรือชักจูงด้วยประการใดๆ เพื่อให้เลือกหรือมิใช้เลือกผู้ใดผู้หนึ่งเป็นก.ตร.ผู้ทรงวุฒิ วรรคสี่ ผู้บังคับบัญชา ผู้ใดฝ่าฝืนวรรคสาม ให้ถือว่าเป็นกระกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงโทษตามวรรคห้า คือผู้ใดฝ่าฝืนวรรคสาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน ดังนั้นถ้าใครท้าทายกฎหมายก็ต้องพร้อมให้ตรวจสอบและรับผลการกระทำ ถ้ามีผู้บังคับบัญชามาแทรกแซงสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งเรื่องตรวจสอบอยู่แล้ว

พล.ต.ท.อนุชากล่าวว่า กกต.กำหนดให้เขตเลือกตั้งเป็นเขตจังหวัด แต่ละจังหวัดจะมีผู้มีสิทธิ ตั้งแต่ 50-500 คน ยกเว้นกรุงเทพมหานคร ผู้มีสิทธิ 4,000 คน วิธีการดังกล่าว กกต.ได้คิดดีแล้ว อาจไม่ใช่วิธีดีที่สุดแต่เป็นวิธีที่ได้รับการยอมรับ ถ้าไม่ให้นับที่หน่วยเลือกตั้งที่จังหวัด แล้วเอามานับรวมกันที่ส่วนกลางก็มีประเด็นที่เป็นข้อครหาอีก

พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษตร ผู้สมัคร ก.ตร.ผู้ทรงวุฒิ ก. กล่าวว่า ไม่กังวลว่าจะมีใบสั่งล็อกผู้สมัครรายไหน ถามว่าตำรวจสั่งได้ทุกคนหรือ ยิ่งรองผกก.ไปล็อกได้หรือว่าให้เลือกใคร เพราะรองผกก.ไม่ได้เติบโตในตำแหน่งมานานแล้ว คาดว่าผลคะแนนการเลือกตั้งก.ตร.ผู้ทรงวุฒิน่าจะเป็นสองฝั่ง คือ ฝั่งผู้สมัครที่จบนักเรียนนายร้อยตำรวจ(นรต.) ก็จะได้รับเลือกจากผู้มีสิทธิที่จบนรต. ส่วนคนที่จบปริญญาตรี เป็นนักเรียนนายร้อยอบรม อาจจะเลือกตนที่จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง แต่ถามว่าเขาจะทำงานจริง กล้าพูด กล้าสู้ แบบตนหรือไม่ ถ้าตนได้รับเลือกจะเป็นปากเป็นเสียงให้ อยากทำอะไรดีๆก่อนตาย หลายคนเคยเป็นก.ตร.แล้วเคยเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แล้วจะเลือกไปอีกหรือ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 23 คนที่ลงสมัครคราวนี้ถือเป็นคนดี มีคุณภาพ ถ้า 3 คนที่ได้รับเลือกตั้งมีแนวทางเดียวกันจะทำให้มีพลังในการเรียกร้องที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร