นางอุลี ศักดิ์สุวรรณ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลน่าน กล่าวว่า จากการถอดบทเรียนคลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลน่าน ซึ่งสนับสนุนโดยศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คลินิกเลิกบุหรี่ฯ เพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคมะเร็งปอด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจ และไขมันในเลือดสูง เป็นต้น ให้มีความรู้ความเข้าใจในพิษภัยของบุหรี่ และสามารถ ลด ละ เลิกการสูบบุหรี่ด้วยตนเอง ทำให้สามารถช่วยลดภาวะแทรกซ้อนจากโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่ได้ ซึ่งผลการดำเนินงานของโครงการฯ ในปี 2557-2559 ทำให้อัตราผู้เลิกบุหรี่ในผู้ป่วย NCDs จำนวน 576 ราย เลิกบุหรี่ได้สำเร็จจำนวน 245 ราย และประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของรัฐได้ถึง 4.9 ล้านบาท คิดเป็น 1,633,333 บาท/ปี
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลน่าน ฝ่ายบริการปฐมภูมิ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้คลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลน่าน ประสบผลสำเร็จในการช่วยให้ผู้ป่วยเลิกบุหรี่ได้ คือตัวผู้ป่วยหรือผู้ต้องการเลิกบุหรี่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ถ้าผู้ป่วยมีความสมัครใจและให้ความร่วมมือ ปฏิบัติตามที่ผู้ให้การปรึกษาแนะนำอย่างตั้งใจ มุ่งมั่น มีแรงบันดาลใจหรือใจต้องมาก่อนเสมอ ทุกอย่างจะง่ายขึ้น ส่วนเจ้าหน้าที่ต้องสนับสนุน เสริมแรง ติดตามสม่ำเสมอ โดยใช้หลักการให้คำปรึกษารายบุคคลและดำเนินการโดยใช้หลัก 5A (ASK = ถาม , ADVISE = แนะนำ , ASSESS = ประเมิน , ASSIST = ช่วยให้เลิก , ARRANGE = ติดตาม) โดยการทำงานเริ่มจากซักประวัติการสูบบุหรี่/ประเมินระดับการติดสารนิโคติน จากนั้นตรวจสมรรถภาพปอด ใช้สื่อการสอนสุขศึกษาหลากหลาย แนะนำเทคนิคการเลิกบุหรี่ด้วยตนเอง/ใช้มะนาว/ใช้น้ำยาบ้วนปากอดบุหรี่ที่ผลิตจากกลุ่มงานเภสัชกรรม ควบคู่กับการให้กำลังใจ และติดตามทางโทรศัพท์ 7 วัน / 1 เดือน / 3 เดือน / 6 เดือน โดยเมื่อครบ 6 เดือน จึงประเมินผล ถ้าสุดท้ายหากเลิกบุหรี่ไม่ได้ แพทย์จะพิจารณาให้ยาช่วยเลิก ควบคู่กับการให้คำปรึกษา และติดตามผลต่อไป
“คลินิกเลิกบุหรี่ฯ มีกระบวนการดำเนินงานและเก็บข้อมูล บันทึกประวัติและคัดกรองผู้ป่วยที่มารับบริการทุกราย เชื่อมข้อมูลผู้เลิกบุหรี่ในคลินิกเลิกบุหรี่ต่างๆ ติดตามผลการทำงานชัดเจน และมีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายในโรงพยาบาล ด้วยการดูแลผู้ป่วยและสร้างเสริมสุขภาพเชื่อมต่อเนื่องเป็นเรื่องเดียวกันแบบครบวงจร แบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน เป็นการดูแลผู้ป่วยแบบบูรณาการ โดยการเชื่อมโยงกับเครือข่ายและสหวิชาชีพต่างๆ เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล เครือข่ายองค์กรงดเหล้า เครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และเครือข่ายองค์กรสงฆ์ ในพื้นที่ด้วย นพ.พงศ์เทพ กล่าว
นพ.บัณฑิต ศรไพศาล รองผู้จัดการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวว่า หากกระทรวงสาธารณสุขกำหนดนโยบายให้โรงพยาบาลในสังกัดทุกจังหวัด ทุกตำบล ทั่วประเทศไทย มีทีมที่ทำงานอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ดังเช่นคลินิกเลิกบุหรี่ โรงพยาบาลน่าน จะช่วยให้ผู้ป่วยและประชาชนที่ติดบุหรี่เลิกบุหรี่ได้ สมดังความตั้งใจของกระทรวงสาธารณสุขที่ตั้งใจดำเนินงาน “โครงการ 3 ล้าน 3 ปี เลิกบุหรี่ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชัน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลราชสมบัติครบ 70 ปี ในปีพ.ศ.2559 และเนื่องในวโรกาสทรงมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา ในปีพ.ศ.2560 และ 91 พรรษา ในปีพ.ศ.2561 โดยโครงการนี้มุ่งหวังชวนให้คนเลิกบุหรี่ทั่วประเทศให้ได้ 3 ล้านคนใน 3 ปี ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจะเลิกบุหรี่หรือต้องการจะชวนคนใกล้ชิดให้เลิกบุหรี่เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นและเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา สนใจติดต่อโครงการฯ ที่ www.quitforking.com หรือ สมัครได้ที่ รพ.สต. ใกล้บ้านทั่วประเทศ

