เร่งสร้างเขื่อน คลองพระยาราชมนตรี หลังพบยืดเยื้อมานาน คาดเสร็จปลายปี

6.12.16 | 16:48 น.

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ธันวาคม นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าโครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำใต้คลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย ในโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็ก (ค.ส.ล.) คลองพระยาราชมนตรี ตอนที่ 1 เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งธนบุรี ว่า โครงการปรับปรุงระบบระบายน้ำด้านใต้คลองภาษีเจริญถึงคลองสนามชัย เป็นการพัฒนาและปรับปรุงระบบระบายน้ำของคลองพระยาราชมนตรีช่วงคลองสนามชัยถึงคลองบางบอน เพื่อระบายน้ำเข้าสู่โครงการแก้มลิงคลองมหาชัย-คลองสนามชัย ได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น รวมทั้งระบายน้ำออกสู่ทะเลทางคลองขุนราชพินิจใจและคลองมหาชัยใน จ.สมุทรสาคร ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

นายจักกพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับแผนการก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. ความยาว 2 ฝั่ง รวม 10 กิโลเมตร (กม.) พร้อมติดตั้งราวเหล็กกันตกตลอดแนว และก่อสร้างพื้นดาดท้องคลองใต้สะพานถนนพระราม 2 งบประมาณ 444 ล้านบาท เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2556 และสิ้นสุดสัญญาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ปัจจุบันดำเนินการได้เพียงร้อยละ 69 ของงานทั้งหมด ซึ่งการก่อสร้างล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดไว้ เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคในการทำงาน เช่น แนวเขื่อนเอกชนยาวประมาณ 200 เมตรรุกล้ำที่สาธารณะและไม่ยินยอมให้รื้อถอนทำให้กีดขวางแนวก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. บริเวณคลองบางบอนเชื่อมกับคลองพระยาราชคลองมนตรี อีกทั้งบริเวณหลังสถานีสูบน้ำคลองพระยาราชมนตรี พื้นที่เขตบางขุนเทียน มีแนวท่อส่งก๊าซของ ปตท. และแนวสายไฟฟ้าแรงสูงของ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ขนาด 230,000 โวลต์ ยาวประมาณ 120 เมตร (ม.) พาดผ่านแนวก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. ทำให้ไม่สามารถตอกเสาเข็มเขื่อนได้ เพราะการก่อสร้างจำเป็นต้องใช้ปั้นจั่นและเสาเข็มเขื่อน ค.ส.ล. ที่มีความสูงเกรงว่าจะเป็นอันตรายต่อผู้รับจ้างขณะก่อสร้างและเกิดความเสียหาย นอกจากนี้ พบว่ามีสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนประชาชนรุกล้ำพื้นที่ก่อสร้างจำนวน 4 หลังคาเรือน ไม่ยอมรื้อย้ายออก ทำให้กีดขวางแนวก่อสร้างเขื่อน ค.ส.ล. ยาวประมาณ 120 ม.

นายจักกพันธุ์ กล่าวอีกว่า จากปัญหาดังกล่าว ได้กำชับให้ผู้อำนวยการเขตบางบอนและบางขุนเทียน ดำเนินการตามกฏหมายกับผู้รุกล้ำแนวเขตที่สาธารณะภายใน 30 วัน คาดว่าสำนักการระบายน้ำจะสามารถดำเนินการก่อสร้างเขื่อนต่อเนื่องได้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2560 และโครงการฯนี้จะแล้วเสร็จประมาณปลายปี ส่วนจุดที่มีท่อส่งก๊าซของ ปตท. และแนวสายไฟฟ้าแรงสูงของ กฟน. พาดผ่านแนวก่อสร้างนั้น จะมีการปรับแบบเพื่อก่อสร้างเขื่อนให้แล้วเสร็จต่อไป ทั้งนี้ หากโครงการฯ แล้วเสร็จจะสามารถช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ฝั่งธนบุรี บริเวณตอนบนของกรุงเทพฯและพื้นที่รอยต่อจังหวัดนนทบุรีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น