คืบหน้า ช็อกปาดคอ 2 แม่ลูก เรียกคนในบ้านสอบ ตร.เร่งคลี่คลายคดี

5.03.23 | 15:20 น.

คืบหน้า ช็อกปาดคอ 2 แม่ลูก เรียกคนในบ้านสอบ ตร.เร่งคลี่คลายคดี

เมื่อวันที่ 5 มีนาคม จากกรณีที่ ร.ต.อ.อำนวย พูลผล ร้อยเวร สส.สภ.พระพุทธบาท ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุ ใช้มีดปาดคอ บริเวณบ้านเลขที่ 86 ม.3 ริมถนนสายตรี (พระพุทธบาท-โคกตูม) ต.ธารเกษม อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี จึงรายงานไปยัง พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวฒิกุล ผบก.ภ.จว.สระบุรี, พ.ต.อ.วีระวุฒิ ดำสุวรรณ ผกก.สภ.พระพุทธบาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สอบสวน สภ.พระพุทธบาท เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยฯ เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว พบกองเลือดไหลนองเต็มพื้นประตูทางเข้าบ้าน และบนถนนหน้าบ้าน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ ด.ช.เจษฎา พรมมา อายุ 9 ปี ถูกมีดปาดเข้าที่คอ นอนหายใจรวยริน อยู่หน้าประตูบ้าน มีเลือดไหลนองเต็มพื้น ส่วนนางอารียา พรมมา อายุ 40 ปี (แม่) พบนอนหายใจรวยรินอยู่กลางถนนหน้าบ้าน ถูกปาดคอด้วยอาวุธมีดทำครัว ยาวประมาณ 6 นิ้ว (ตกอยู่ข้างถนน) ญาติเร่งนำตัวทั้ง 2 แม่ลูกส่งยังโรงพยาบาลพระพุทธบาท แต่ ด.ช.เจษฎา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล ส่วนนางอารียา ทางแพทย์จากโรงพยาบาลพระพุทธบาท ส่งตัวไปรักษาต่อที่ โรงพยาบาลลพบุรี เนื่องจากอาการสาหัส

อ่านข่าว : สลด แม่ลูกปาดคอดับ ลูกชายวัย 9 ขวบเสียชีวิต แม่สาหัส ตร.เร่งหาสาเหตุ

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 มีนาคม ร.ต.อ.อำนวย พูลผล ร้อยเวร สส.สภ.พระพุทธบาท ได้เชิญตัวญาติ และเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ เข้ามาสอบปากคำ เพื่อเร่งคลีคลายคดี และหาปมเหตุที่ 2 แม่ลูก ถูกปาดคอ โดย ด.ช.เจษฎา พรมมา อายุ 9 ปี ถูกมีดปาดเข้าที่คอเสียชีวิต ส่วน นางอารียา พรมมา อายุ 40 ปี (แม่) ขณะนี้ถูกส่งตัวเข้ารักษายัง รพ.ใน จ.ลพบุรี อยู่ในความดูแลของแพทย์

Advertisement

ซึ่งทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แยกกันสอบ ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่า ปมการฆ่าปาดคอเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งทั้งนี้ยังคงต้องรอผลการชันสูตร และผล DNA ที่ตรวจจากรอยนิ้วมือที่มีด ที่ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งจะเป็นผลทางนิติวิทยาศาสตร์ ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังที่เกิดเหตุอีกครั้ง พบประตูบ้านถูกปิด เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปนำตัว นายอุดร พรมมา สามี พร้อมญาติมาสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.พระพุทธบาท

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถาม นายสาย แก้วเลิก อายุ 62 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านอยู่ติดกับบ้านหลังที่เกิดเหตุ เล่าว่าช่วงเกิดเหตุเช้ามืดตนเองไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย มารู้ข่าวอีกทีก็เห็นสามีผู้ตายจะนำภรรยา และลูกชายส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ตนคิดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นคนภายในบ้าน เนื่องจากถ้าเป็นคนภายนอกเข้ามาภายในบ้านหลังที่เกิดเหตุต้องมีสุนัขเห่าอย่างแน่นอน และไม่ได้ยินเสียงร้องให้ช่วยเหลือ บ้านหลังเกิดเหตุมีเพียงพ่อแม่ลูกอาศัยอยู่ด้วยกัน 3 คน ตนคิดว่าเป็นคนในบ้านก่อเหตุ

จากการสอบถาม นางลัดดา พรหมมา อายุ 64 ปี ซึ่งเป็นย่าของ ด.ช.เจษฎา (น้องเจษ) เล่าว่า ตนเองได้ยินเสียงนายอุดร (บอย) ลูกชายเรียกช่วงเวลาประมาณตี 5 ให้มาดูว่าน้องเจษ เป็นอะไร โดยบอย บอกว่าแม่ มาช่วยดูหน่อย ตนจึงได้เข้าไปดูพบว่าหลานมีเลือดไหลเต็มตัว จากนั้นก็เดินตามหาลูกสะใภ้ ภายในบ้าน ว่าไปไหนทำไมไม่ดูลูกเป็นอะไรเลือดไหล ซึ่งบอย ก็อุ้มน้องเจษ อยู่ที่หน้าประตู

จากนั้นปู่ของน้องเจษ ได้ยินเสียรถเบรกอยู่หน้าถนน ได้เอาไฟฉายไปส่องดู จากนั้นปู่ได้ตะโกนบอกว่า มันอยู่นี่ๆ และถามไปว่า เป็นอะไรมานอนอยู่ที่นี่ทำไม ซึ่งพบว่า นางอารียา (เมย์) นอนอยู่กลางถนน จากนั้นก็นำ 2 แม่ ลูกขึ้นรถเพื่อนำไปส่ง โรงพยาบาล ซึ่งปกติบ้านที่เกิดเหตุจะอาศัยกันอยู่ 3 คน พ่อ แม่ ลูก ส่วนลูกชายกับลูกสะใภ้ ได้แยกกันนอน เนื่องจากว่าลูกสะใภ้ตนเองไม่สบาย และไอ เลยไม่ให้ลูกนอนอยู่กับแม่ด้วย เกรงว่าจะมาติด เนื่องจากว่าลูกสะใภ้เป็นภูมิแพ้ด้วย จึงได้ให้ลูกชายนอนอยู่กับพ่อภายในห้อง

ส่วนตัวแม่จะนอนข้างนอกห้อง โดยให้น้องเจษนอนอยู่กับพ่อ ซึ่งตนเองก็ไม่รู้ว่าน้องเจษออกจากห้องมาอย่างไร หรือว่าจะออกมาเข้าห้องน้ำหรือเปล่า ตนก็ยังไม่รู้ ซึ่งนายบอย ยังบอกว่าตอนตี 3 ยังนอนกอดลูกยังห่มผ้าให้อยู่เลย ซึ่งลูกชายตนจะเป็นคนที่เอาใจเมียมาก คอยหุงหาอาหารให้กิน ตอนเกิดเหตุก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย

นางลัดดา กล่าวเสริมว่า ภายในบ้านยังพบว่าหมอข้าวได้เตรียมหุง แต่ไม่ได้เสียบปลั๊กไฟ ซึ่งทางเข้าบ้านตนก็เข้าได้ทางเดียว ภายในบ้านก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในบ้านที่อยู่ก็อยู่กันในเครือญาติ พี่น้องกัน ไม่น่าจะมีใครเข้ามาได้ ตอนนี้ตนเองสันนิฐานอะไรไม่ได้เลย มืดแปดด้าน