โฆษกศาลโต้ข่าวแพะรับจ้างติดคุกแลกเงิน ชี้ศาลมุกดาหารตัดสินตามข้อเท็จจริง

6.12.16 | 20:25 น.

เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม แถลงถึงกรณีที่มีสื่อมวลชนรายงานถึงเรื่องการรับจ้างติดคุกที่ มุกดาหาร แลกกับเงิน 2 แสนบาท ว่า จากการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีอาญาของศาลจังหวัดมุกดาหาร หมายเลขดำที่ 1546/2559 ที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหาร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวนณรงค์ คำปาน ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าม้ ระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2557 จำเลยกับพวก ร่วมกันรับไว้ซ่อนเร้น ช่วยพาเอาไป ซึ่งไม้ชิงชันแปรรูป ไม้พะยูงแปรรูป ไม้ประดู่แปรรูป ไม้มะค่าโมงแปรรูป ฯลฯ รวม 826 ท่อน ซึ่งไม้ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่ป่ามุกดาหาร และเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. จากคนร้ายไว้ในครอบครอง จำเลยกับพวกยังร่วมมีสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้ที่ทำจากไม้มะค่าโมง เป็นไม้หวงห้ามเพื่อการค้า คือ ชุดเตียงนอน 1 ชุด บานประตู 5 บาน โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และยังตั้งโรงงานแปรรูปไม้อยู่ในเขตควบคุมการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเจ้าพนักงานยึดไม้แปรรูปและรถกระบะพร้อมอุปกรณ์ เป็นของกลาง โดยจำเลยแถลงให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณาและไม่ต้องการทนายความ ศาลจังหวัดมุกดาหารมีคำพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง อันเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษ ฐานร่วมกันรับไม้หวงห้ามแปรรูปฯจำคุก 2 ปี ฐานร่วมกันมีไม้แปรรูปหวงห้ามแปรรูปไว้ในครอบครองฯจำคุก3ปี ฐานร่วมกันมีไว้เพื่อการค้าซึ่งประดิษฐ์ จำคุก6เดือน ฐานร่วมกันตั้งโรงงานไม้แปรรูปฯจำคุก 3 ปี รวมจำคุก 8 ปี 6 เดือน จำเลยรับสารภาพลดโทษกึ่งหนึ่ง คงจำคุก 4 ปี 3เดือน

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวต่อว่า คดีนี้หลังเกิดเหตุจำเลยเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2557 และได้รับการปล่อยชั่วคราว และจำเลยหลบหนีไป ต่อมาวันที่ 8 สิงหาคม 2559 จึงจับกุมตัวจำเลยได้ และนำมายื่นฟ้องในวันที่ 10 สิงหาคม 2559 โดยไม่มีการฝากขังก่อนแต่อย่างใด เนื่องจากทุกข้อหาในคดีนี้กฎหมายมิได้ได้กำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไปหรือโทษที่หนักกว่านั้น เมื่อจำเลยแถลงไม่ต้องการทนายความและให้การรับสารภาพประกอบกับจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อน ศาลจึงพิจารณาพิพากษาโดยที่ไม่จำเป็นให้มีการสืบพยาน ตาม ประมวลกฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา176 วรรค 1 และไม่จำเป็นต้องให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะความประพฤติของจำเลย เพราะไม่สามารถรอการลงโทษได้ ตามประมวลกฏหมายอาญา มาตรา 56 ปัจจุบันคดีนี้อยู่ระหว่างศาลอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่13 ธันวาคม 2559

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่มีการกล่าวในรายการทีวี ว่าตำรวจที่มีส่วนร่วมกระทำความผิดกับจำเลยกลายเป็นผู้พิทักษ์กฎหมายนั้น จากการตรวจสอบพบว่า ในคดีหมายเลขดำ 28/2559ของศาลจังหวัดมุกดาหารที่พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารเป็นโจทก์ฟ้อง ด.ต.วินยงค์ ค้อโนนแดง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ คดีนี้พนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยซึ่งเป็นพนักงานตำรวจร่วมกับพวกในการกระทำผิดในวันเวลาสถานที่รวมถึงของกลางเดียวกับคดีของ นายชวนณรงค์ โดยจำเลยที่เป็นตำรวจในคดีนี้ให้การปฎิเสธ ในที่สุดศาลจังหวัดมุกดาหารพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดและลงโทษจำคุก 6 ปี 4 เดือน ปัจจุบันอยู่ในช่วงศาลอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 19 ธันวาคม 2559

โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวด้วยว่า สำหรับการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นมาใหม่นั้น ตาม พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526 จะกระทำได้ต่อเมื่อคดีเดิมต้องสิ้นสุดลงก่อน คดีดังกล่าวยังอยู่ในระยะเวลาที่ศาลอนุญาตให้จำเลยแต่ละคดีขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ คดียังไม่ถึงที่สุด