ปราปต์ แฉทีมงาน รมว.รีดเงิน 10 ล้าน ช่วยเคลียร์คดีฟอเร็กซ์ 3ดี เลขาฯ รมว.ยุติธรรมแจงไม่เกี่ยว

8.03.23 | 06:30 น.

ปราปต์ แฉทีมงาน รมว.รีดเงิน 10 ล้าน ช่วยเคลียร์คดีฟอเร็กซ์ 3ดี เลขาฯ รมว.ยุติธรรมแจงไม่เกี่ยว ฮึ่มฟ้องกลับ 2 ข้อหา ‘หมิ่นประมาท-ผิด พ.ร.บ.คอมพ์’


จากกรณีนายปราปต์ปฎล หรือปราปต์ นักแสดง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ที่กองคดีธุรกิจการเงินนอกระบบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตามหมายเรียกเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีฟอกเงิน เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 สืบเนื่องจากแฟนสาวของนายปราปต์ปฎล เป็นผู้ต้องหาในคดีแชร์ลูกโซ่ Forex-3D ซึ่งอยู่ในกลุ่มที่สอง และเป็นผู้ครอบครองรถหรู ของนายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ต้องหาคนสำคัญของคดีนี้ โดยดีเอสไอได้เข้าตรวจยึดรถหรูที่บ้านพักของนายปราปต์ปฎล ใน จ.ราชบุรี เมื่อกลางปี 2563

นายปราปต์ปฎล สุวรรณบาง ดารานักแสดง เดินทางมายังดีเอสไอเพื่อถามความคืบหน้าของคดี เนื่องจากส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงาน นายปราปต์ปฎลกล่าวว่า เดินทางมายื่นหนังสือเพื่อสอบถามความคืบหน้าในคดี หลังจากรับทราบแจ้งข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2565 เป็นเวลา 5 เดือนกว่าแล้วยังไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาได้รับผลกระทบกับชีวิตหนัก หน้าที่การงานพังหมด ซึ่งทางดีเอสไอให้ทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหา นำส่งภายใน 15 วัน ซึ่งทำตามไปเรียบร้อยแล้ว

Advertisement

นายปราปต์ปฎลกล่าวว่า ที่ผ่านมาว่าว่าที่ ร.ต. ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อเสมอว่าดารา ป. ไม่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงในคดี Forex-3D ซึ่งก็สงสัยว่าในเมื่อไม่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกง ทำไมจึงถูกแจ้งข้อหาฟอกเงิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้แจ้งสาเหตุโดนแจ้งข้อกล่าวหาคดีฟอกเงิน ว่าที่แจ้งข้อกล่าวหาเพราะมีการเคลื่อนย้ายรถหรูของแฟนสาว เชื่อได้ว่านั้นคือการนำทรัพย์ไปปกปิดซ้อนเร้น ซึ่งขนาดนั้นยังไม่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา เป็นทรัพย์สินส่วนตัวที่ยังใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน และก็เคยชี้แจงเรื่องนี้ไปแล้ว ยินดีให้ขุดให้ค้นประวัติ เส้นทางการเงินทุกอย่าง เพราะชีวิตทำงานสุจริต ต่อมาแฟนสาวของตนถูกจับกุมและแจ้งข้อกล่าวหาฉ้อโกง วันที่ 18 สิงหาคม 2565 จากนั้นวันที่ 21 สิงหาคม เพื่อนผู้หญิง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของแฟนสาวติดต่อมาหาตนเองว่ารู้จักกับที่ปรึกษาของเลขาฯรัฐมนตรีที่สามารถช่วยเหลือได้ จึงนัดให้มีการพูดคุยเจรจากันที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านเลียบด่วนรามอินทรา ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

นายปราปต์ปฎลกล่าวอีกว่า วันที่ไปพูดคุยมีตนเอง เพื่อนสนิทของแฟนสาว แฟนของเพื่อนคนนี้ และตัวทนายชื่อ ฮ. ซึ่งอ้างตัวเป็นที่ปรึกษาเลขาฯรัฐมนตรี ใช้เวลาพูดคุยกว่า 1 ชั่วโมง มีใจความสำคัญคือทนายความคนนี้บอกว่าน้องเขาซวยที่ไปแต่งงานกับคนนั้น ซึ่งก็เชื่อว่าน้องไม่เกี่ยว แต่มีราคาของความยุติธรรมอยู่ พร้อมเสนอตัวว่าจะสามารถช่วยทำสำนวนอ่อนลงเพื่อให้พ้นคดีได้ พร้อมกับเรียกเงินหลัก 10 ล้าน อ้างว่าจะไปใช้เจรจากับผู้ใหญ่ หลังจากได้ฟังคำนั้นตนเองอึ้ง เพราะตอนแรกคิดว่าที่มาเจรจากัน หากช่วยเหลือเป็นค่าทนาย 5 หมื่นบาท ก็พร้อมจ่าย แต่เงินจำนวนดังกล่าวทำงานทั้งชีวิตก็หาไม่ได้ อีกทั้งไม่ต้องการจ่ายเงินให้กับการคอร์รัปชั่น ตอนนั้นถึงไม่ได้พูดอะไร ทางฝ่ายทนาย ฮ. จึงบอกให้กลับไปคิด

“หลังจากนั้นทนายคนดังกล่าวก็กลับไป เหลือพวกตน 3 คน นั่งคุยเรื่องดังกล่าวต่อจนถึงช่วงเย็น ก่อนแยกย้ายกลับ หลังจากแยกย้ายไม่นานเพื่อนของแฟนสาวส่งไลน์มา ย้ำเรื่องเงินหลัก 10 ล้านอีกครั้ง ซึ่งอ่านแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับไป แต่แคปทุกอย่างไว้เป็นหลักฐานทั้งหมด” นายปราปต์ปฎลกล่าว

เวลา 15.00 น. ที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยุติธรรม พร้อมด้วย ว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ หรือทนายเฮง และ น.ส.ชิดชญา วณิชกิตติ์ เพื่อนของกู๋กี๋ อดีตภรรยา นายอภิรักษ์ โกฎธิ ผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีแชร์ Forex-3D ได้แถลงข่าวชี้แจง หลังจากนายปราปต์ปฎลออกมาแฉว่า ทนาย ฮ. ที่ปรึกษาเลขาฯรัฐมนตรี เรียกตบทรัพย์หลัก 10 ล้าน อ้างเอาเงินไปให้ผู้ใหญ่ เพื่อช่วยเคลียร์คดีให้กู๋กี๋ แฟนสาวที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในเรือนจำ

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวว่า ทนาย ฮ. หรือทนายเฮงที่ถูกกล่าวหานั้น รู้จักกันมานานแล้ว เชิญมาเป็นที่ปรึกษาเรื่องคดีอยู่เป็นประจำ ส่วนเรื่องการไปพูดคุยกับนายปราปต์ปฎลนั้นไม่รู้เรื่องมาก่อน เพราะไปนัดคุยกันเอง ซึ่งทางน้องการ์ตูน เพื่อนของกู๋กี๋ รู้จักกับทนายเฮงมานานแล้ว จึงมาขอปรึกษาเพื่อช่วยประกันตัวเพื่อน ยืนยันว่า กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ หากนายปราปต์ปฎล มีหลักฐานการเรียกตบทรัพย์ตามที่พูดไว้ ไปแจ้งความดำเนินคดีได้เลย หากทนายเฮงทำผิดจริง ตนจะเป็นคนเอาเข้าคุกเอง ไม่ปกป้องคนทำผิด

ว่าที่ ร.ต.ธนกฤตกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องที่ นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด เข้าไปตรวจค้นที่ห้องนั้น เป็นเพราะเพื่อนของกู๋กี๋ ที่เป็นสาวประเภท 2 ซึ่งเป็นเจ้าของห้อง มาแจ้งว่า มีคนเอาทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องในคดีแชร์ Forex-3D มาเก็บไว้ในห้อง จากการตรวจสอบพบว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องแล้ว ส่วนที่นายปราปต์ปฎลอ้างว่า เคยไปเตะบอลกับตนนั้น ยืนยัน ไม่เคยรู้จักกันไม่เคยเตะบอลกันส่วนตัว แต่อาจจะได้เจอกันบ้าง

น.ส.ชิดชญา วณิชกิตติ์ อายุ 29 ปี เพื่อนของกู๋กี๋ กล่าวว่า ด้วยความที่รู้จักกับ “ทนายเฮง” มานานแล้ว เลยแนะนำให้พี่ปราปต์รู้จัก และนัดมาคุยกัน เมื่อวันที่ 21 ส.ค.65 ที่ร้านอาหาร ในโรงแรม เอสซี ปาร์ค นั่งคุยกันหลายชั่วโมง เพื่อหาแนวทางช่วยประกันตัวกู๋กี๋ออกมาสู้คดี ยืนยันว่า ไม่มีเรื่องการเรียกตบทรัพย์ ตามที่พี่ปราปต์แถลงข่าว เพราะในวันนั้นตนยังเป็นคนจ่ายค่าอาหารให้เลย เพราะพี่ปราปต์บอกว่าไม่มีเงิน ยอมรับว่า หลังจากคุยกันเสร็จที่ร้านอาหาร ตนได้ส่งข้อความไปบอกว่า ค่าทนายเป็นหลักล้าน แต่ไม่ใช่ 10 ล้าน ตามที่พี่ปราปต์แถลงข่าว ถ้ามีหลักฐานการเรียกตบทรัพย์ฟ้องตนได้เลย

ทางด้าน ว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ หรือทนายเฮง กล่าวว่า ในวันที่ 21 ส.ค.65 ได้คุยกับปราปต์ เรื่องประกันตัวกู๋กี๋อย่างเดียว คุยกันประมาณ 1 ชม. ในห้องอาหารเปิดโล่ง ไม่ได้เป็นห้องลับ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับปราปต์ ยืนยันว่าไม่มีการเรียกเงินหลัก 10 ล้าน และยังไม่ได้รับค่าทนายสักบาท เพราะตนไม่สามารถ ทำให้สำนวนคดีอ่อนลง เนื่องจากคดีได้ผ่านพ้นจากกรมสอบสวนคดีพิเศษไปแล้ว ตามปกติแล้ว ในการทำคดี จำเป็นต้องมีการว่าจ้างทนายอยู่แล้ว ยิ่งคดีอัตราโทษสูงๆ ในการขอประกันตัว ต้องวางหลักทรัพย์สูง แต่ขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของศาลด้วย ยืนยันว่า ไม่ได้พูดว่า “ความยุติธรรม ต้องมีราคา” อย่างไรก็ตามช่วงเย็นวันนี้ น.ส.ชิดชญา วณิชกิตติ์ และว่าที่ ร.ต.กฤษดา กฤตเมธานนท์ หรือทนายเฮง จะเดินทางไปแจ้งความ นายปราปต์ปฎล ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และ พ.ร.บ.คอมพ์ นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ