เมื่อวันที่ 9 มีนาคม ที่กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (บก.สปพ.) หรือ 191 ถนนวิภาวดีฯ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. พล.ต.ต.สำเริง สวนทอง รอง ผบช.น. แถลง พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สปพ. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.วสันต์ ธวัชชัยวิรุตษ์ ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. นำกำลังตำรวจ บก.สปพ.ทลายคลังยาบ้า ภายในชุมชนบ่อบำบัด ที่บ้านเลขที่ 120/20 และบ้านเลขที่ 15 หมู่บ้านสมฤดี หมู่ 11 ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดยาบ้า 2,490,100 เม็ด, เคตามีน 10 กิโลกรัม, อาวุธปืนลูกโม่ .38 มม. 1 กระบอก, ปืนพกสั้นออโตเมติก ขนาด .45 มม. 1 กระบอก, กระสุนปืน 67 นัด รถกระบะตู้ทึบ 2 คัน ทะเบียน 3 ฒฒ 6695 กรุงเทพมหานคร และ ทะเบียน 3 ฒต 615 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง
พล.ต.ต.สำเริงเปิดเผยว่า สืบเนื่องจากตำรวจ บก.สปพ. เฝ้าระวังและสืบสวนเครือข่ายยาเสพติดมาอย่างต่อเนื่องจึงทราบว่ามีกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดใช้รถกระบะตู้ทึบส่งสินค้ารับส่งยาเสพติดเพื่ออำพรางและหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่จึงสืบสวนจนทราบว่ากลุ่มดังกล่าวใช้บ้านพักภายในหมู่บ้านสมฤดี และบ้านภายในชุมชนบ่อบำบัด เป็นที่ซุกซ่อนและพักยาเสพติดไว้จึงนำกำลังพร้อมหมายค้นเข้าตรวจสอบที่บ้านทั้งสองหลัง พบของกลางอาวุธปืนและยาเสพติดจำนวนมากแต่ผู้ต้องหาไหวตัวทันหลบหนีไปก่อนเข้าค้นเพียงไม่นาน และผู้ต้องหานำรถกระบะตู้ทึบ 1 คัน ไปจอดทิ้งไว้ที่ อ.แม่วงค์ จ.นครสวรรค์ จึงไปตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
พล.ต.ต.สำเริงกล่าวอีกว่า สืบสวนทราบว่ากลุ่มคนร้ายนำยาเสพติดมาจากแนวตะเข็บชายแดนและนำมาพักไว้ที่บ้านทั้งสองหลัง ก่อนไปกระจายยาเสพติดส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยใช้รถกระบะตู้ทึบส่วนตัวเป็นพาหนะในการขนส่ง โดยอาศัยรับจ้างจากบริษัทขนส่งเอกชนบังหน้า ก่อนถือโอกาสส่งยาเสพติดโดยมีการซีลยาเสพติดเก็บซุกไว้ในลังน้ำแข็ง หรือในกล่องพัสดุ เพื่อตบตาตำรวจ ส่วนอาวุธปืนที่ยึดได้คาดว่าเป็นปืนไม่มีทะเบียน จึงส่งไปให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบอย่างละเอียดแล้ว
พล.ต.ต.สำเริงกล่าวอีกว่า ตรวจสอบกับบริษัทส่งของเอกชน พบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ส่วนช่องทางติดต่อระหว่างกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดกับลูกค้า คาดว่ามาจากช่องทางออนไลน์ ซึ่งคนร้ายยาเสพติดในทุกวันนี้มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองจำนวนมาก จึงกำชับให้ตำรวจชุดจับกุม เพิ่มความระมัดระวังในขณะปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งคนร้ายพัฒนาการหลบเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ทำให้ยากต่อการจับกุม แต่ทางตำรวจก็สามารถทลายเครือข่ายยาเสพติดได้ก่อนที่จะถูกส่งขายให้ลูกค้า เพราะหากยาเสพติดล็อตนี้หลุดไปได้จะส่งผลเสียกับประชาชนอย่างมาก เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดฐาน “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และกระทำโดยมีอาวุธปืน, มีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 (เคตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และกระทำโดยมีอาวุธปืน, มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”
สำหรับผู้ต้องหาที่หลบหนีไปได้ทราบตัวบุคคลแล้วมีทั้งสิ้น 3 คน คือ นายบัญชา หรือ แบงค์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี, นายไพรัช หรือ ต้อ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี และ น.ส.ปานิดา หรือ นิ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี อยู่ระหว่างติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีและขยายผลติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมต่อไป

