ไม่เข็ดหลาบ! สืบ ตม.1 รวบอีกแก๊งเมียนมาหลบหนีเข้าเมือง เปิดร้านขายโรตี, เคบับ ถนนรามบุตรี, ข้าวสาร แย่งอาชีพคนไทย
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 สั่งการให้ ว่าที่ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ตรวจสอบหลังรับการร้องเรียนว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเปิดร้านลักษณะรถเข็น ขายโรตี, เคบับ ภายในซอยรามบุตรี และถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นอาชีพต้องห้าม แย่งอาชีพคนไทย ภายหลังจาก กก.สืบสวน บก.ตม.1 จับกุมไปครั้งหนึ่งแล้วจำนวน 11 ราย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ปิยะอนันต์กล่าวว่า ว่าที่ พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเดิมพบว่ายังมีต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ยังแอบลักลอบมาเปิดร้านขายลักษณะดังกล่าวอีก จึงวางแผนก่อนแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมแสดงบัตรประจำตัวให้คนต่างด้าวที่เข้ามาลักลอบขายของดู จึงเกิดความโกลาหล คนต่างด้าวหลายรายไหวตัวทันวิ่งหลบหนีไปโดยทิ้งไว้เพียงรถเข็นขายของ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาไว้ได้ 4 ราย และสัญชาติลาว 1 ราย รวม 5 ราย ได้แก่
1.นายเอเอ้ อายุ 35 ปี สัญชาติเมียนมา
2.นางหลอย อายุ 19 ปี สัญชาติเมียนมา
3.นางตันดา อายุ 23 ปี สัญชาติเมียนมา
4.นายลามู อายุ 32 ปี สัญชาติเมียนมา
5.นายอำคา แก้ววงษา อายุ 32 ปี สัญชาติลาว
ซึ่งระหว่างการตรวจสอบคนต่างด้าวทั้ง 5 ราย ไม่สามารถแสดงเอกสารหนังสือเดินทางและใบอนุญาตทำงานให้เจ้าหน้าที่ดูได้

พล.ต.ต.ปิยะอนันต์กล่าวอีกว่า การเร่ขายสินค้านั้นเป็นงานต้องห้าม คนต่างด้าวไม่สามารถทำได้ อันเป็นความผิดตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2561 และทั้งหมดยอมรับว่าลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรทางพรมแดนที่ติดกับประเทศไทย และเข้ามาเปิดร้านขายโรตี, เคบับ รวมถึงสินค้าอื่นๆ โดยมีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สร้างความเดือดร้อนให้คนไทยที่ค้าขายอย่างถูกต้องในบริเวณดังกล่าวเป็นอย่างมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงแจ้งสิทธิและข้อกล่าวหาให้คนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 5 รายทราบว่า “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านการตรวจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ณ ช่องทางอนุญาตตามกฎหมาย และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” จากนั้นนำส่ง พนักงานสอบสวน บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



