“บิ๊กโจ๊ก” เผยทราบกลุ่มผู้ก่อเหตุปลอมบัตรประชาชนในพื้นที่ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรีแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ เบื้องต้น 2-3 คน ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง
จากกรณีมีบุคคลเป็นชายชาวตำบลลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี มีบัตรประจำตัวประชาชนคนเดียวมากถึง 7 ใบ แต่ละใบมีชื่อที่แตกต่างกัน ซึ่งบัตรประชาชนดังกล่าวถูกนำไปเผยแพร่ทางโลกโซเชียล เนื่องจากเกรงว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตในการเลือกตั้ง ส.ส.ที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้ โดยกรมการปกครองจะมีหนังสือแจ้งจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นนายทะเบียนท้องที่ดำเนินการจัดทำหนังสือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการสืบสวนสอบสวนในขณะนี้ เบื้องต้นพบว่า เจ้าของบัตรไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ถูกนำบัตรประชาชนไปปลอมแปลงใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นทราบกลุ่มตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดแล้ว ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ เบื้องต้น 2-3 คน แต่ขอขยายผลให้มีความชัดเจนมากกว่านี้ก่อน อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ อยากฝากเตือนประชาชนว่าไม่ควรนำบัตรไปขาย หรือนำเอาไปให้คนอื่น บัตรของตัวเองต้องเก็บรักษาไว้เอง การเอาไปขายได้เงินมา 3,000-4,000 บาท แต่กลายเป็นผู้กระทำความผิดโดยไม่รู้ตัวนั้น ไม่คุ้มค่ากัน ส่วนผู้ที่นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปใช้ในการกระทำความผิด ก็มีความผิดด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม คดีนี้ก่อนหน้านี้ นายภาคิน ผู้เสียหาย เคยให้ข้อมูลว่า เมื่อปีที่แล้ว เคยสมัครแอพพ์เงินกู้ออนไลน์แอพพ์หนึ่ง ซึ่งแอดมินของแอพพ์แจ้งว่าต้องให้ส่งรูปถ่ายบัตรประชาชน พร้อมถ่ายรูปของตัวเองร่วมกับบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตนสมัครใช้แอพพ์ พร้อมเสียค่าธรรมเนียมอีก 500 บาท เพื่อขอกู้เงิน 50,000 บาท แต่สุดท้ายเงินกู้ก็ไม่ได้รับอนุมัติ ต้องถูกหลอกเสียเงินฟรีไป 500 บาท และยังถูกนำบัตรประชาชนไปปลอมแปลงก่อคดีอีกนับสิบคดี โดยครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกันยายน 2565 นำไปใช้หลอกโอนเงินมัดจำซื้อขายรถจักรยานยนต์ในเพจซื้อขายรถมือสองแห่งหนึ่ง โดยมิจฉาชีพได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนแปลงชื่อ นามสกุลบนบัตรของนายภาคิน แล้วนำไปใช้เป็นหลักฐานส่งให้ผู้ที่หลงเชื่อโอนเงินมัดจำมาให้แล้วเบี้ยวไม่ยอมส่งมอบรถ จนผู้เสียหายไปแจ้งความและมีการตรวจสอบเลขประจำตัวบนบัตรประชาชนใบดังกล่าวจนพบว่าเป็นบัตรของตน ตนจึงได้ไปแจ้งความกับตำรวจว่าตนถูกปลอมแปลงเอกสารบัตรประชาชน

