จับแก๊งหลอกกดลิงก์แจกตั๋วเครื่องบิน เหยื่อหลงเชื่อ สูญเงินไปกว่าล้าน

10.03.23 | 15:53 น.

จับแก๊งหลอกกดลิงก์แจกตั๋วเครื่องบิน เหยื่อหลงเชื่อ สูญเงินไปกว่าล้าน


เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 4 (บก.สอท.4) กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ไพโรจน์ สุขรวยธนโชติ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย ผบก.สอท.4 ร่วมกันสอบสวน 4 ผู้ต้องหา ความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนและฟอกเงิน”

สืบเนื่องจากปัจจุบันคนร้ายสุ่มส่งข้อความไปหาเหยื่อเพื่อหลอกลวงโดยอ้างว่าเป็นข้อความจากสายการบินไลออนแอร์แจ้งว่ารับสิทธิพิเศษได้ตั๋วเครื่องบินฟรี 1 ที่นั่ง พร้อมกับแนบลิงก์ http://dn9.cc จากนั้น คนร้ายโทรศัพท์ติดต่อไปหาเหยื่อบอกว่า เป็นเจ้าหน้าที่สายการบินไลออนแอร์มอบสิทธิพิเศษตั๋วเครื่องบินฟรี 1 ที่นั่ง จากเชียงใหม่ไปดอนเมืองแล้วขอให้เหยื่อเพิ่มเพื่อนในแอพพลิเคชั่นไลน์ เมื่อเหยื่อเพิ่มเพื่อนแล้วพบว่าคนร้ายใช้ไลน์ชื่อ “LionAir Group” แล้วคนร้ายหลอกลวงให้เหยื่อกรอกข้อมูลลับส่วนตัวในลิงก์ข้อความดังกล่าว จนเหยื่อหลงเชื่อจึงกรอกข้อมูลลับส่วนตัวไปในลิงก์ ทำให้คนร้ายสามารถเข้าควบคุมเครื่องโทรศัพท์มือถือของเหยื่อแล้วโอนเงินในบัญชีธนาคารออกไปยังบัญชีของคนร้ายต่อไป

Advertisement

คดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 14 มกราคม ที่ผ่านมาผู้เสียหายได้รับข้อความหลอกลวงอ้างว่าเป็นข้อความจากสายการบินไลออนแอร์แจ้งว่า ท่านได้รับสิทธิพิเศษได้ตั๋วเครื่องบินฟรี จำนวน 1 ที่นั่ง พร้อมกับแนบลิงก์ http://dn9.cc จากนั้น คนร้ายหลอกลวงผู้เสียหายให้กรอกข้อมูลในลิงก์ที่แนบมากันข้อความนั้น ต่อมาผู้เสียหายได้รับการแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นของธนาคารต่างๆ ว่าเงินในบัญชีรวมจำนวน 1,251,442 บาท ถูกโอนออกไปจากบัญชีธนาคารของผู้เสียหายรวม 6 ครั้ง ไปยังบัญชีธนาคารของคนร้าย ต่อมา พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ เรียกประชุมทีมสืบสวนและสอบสวน บช.สอท. โดยให้ประสานข้อมูลกับธนาคารต่าง ๆ เพื่อเร่งรัดการดำเนินคดี ซึ่งจากการสืบสวนพบว่าเส้นทางการเงินของผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง โอนเข้าบัญชีเงินฝากและมีการโอนต่อเนื่องไปอีกหลายบัญชีในเวลาอันรวดเร็ว จึงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาเบื้องต้น 6 คน

ต่อมา ตำรวจ บก.สอท.4 จับกุม น.ส.วิภา (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี (บัญชีม้า) นายธนวัตน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี (บัญชีม้า) นายวุฒิพงษ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี (บัญชีม้า) นายซอวิน (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี (บัญชีม้า) นำส่งพนักงานสอบสวน บก.สอท.4 จากนั้นเข้าตรวจค้นบริษัท ซึ่งประกอบกิจการนำเข้า-ส่งออกสินค้าไปประเทศเมียนมา ตั้งอยู่ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อตรวจยึดพยานหลักฐานที่สำคัญประกอบคดีนี้ ในส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับที่เหลืออีก 2 คนอยู่ระหว่างเร่งรัดติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งหมดต่อไป และจะได้ร้องขอศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ร่วมขบวนการนี้อีกเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า บช.สอท. ยังคงมุ่งเน้นที่จะสนองนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการบังคับใช้กฎหมาย ดำเนินการเชิงรุก ปราบปรามจับกุมผู้กระทำความผิด อย่างจริงจังและต่อเนื่อง มีผลการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชน และการอำนวยความยุติธรรม เพื่อบำบัดทุกข์และบำรุงสุขของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ตามวิสัยทัศน์ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.