ไทยจุดความร้อนลดลงเหลือ 1,061 จุด พบมากสุดแม่ฮ่องสอน เมียนมานำโด่ง 4,363 จุด

12.03.23 | 10:15 น.

ไทยจุดความร้อนลดลงเหลือ 1,061 จุด พบมากสุดแม่ฮ่องสอน เมียนมานำโด่ง 4,363 จุด

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม รายงานข่าวแจ้งว่า GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของวันที่ 11 มีนาคม 2566 โดยไทยพบจุดความร้อน จำนวน 1,061 จุด ในขณะที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมายังนำโด่งจำนวน 4,363 จุด สปป.ลาว 2,868 จุด กัมพูชา 1,182 จุด เวียดนาม 647 จุด และมาเลเซีย 32 จุด

สำหรับจุดความร้อนในประเทศไทย ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 383 จุด, พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 278 จุด, พื้นที่เกษตร 192 จุด, พื้นที่เขต สปก. 123 จุด, พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 78 จุด, และพื้นที่ริมทางหลวง 7 จุด ในส่วนของจังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุดคือ แม่ฮ่องสอน 127 จุด

ส่วนค่าฝุ่น PM2.5 เมื่อตรวจสอบจากแอพพลิเคชัน “เช็กฝุ่น” เมื่อเวลา 09:00 น. ที่ผ่านมา พบว่าหลายพื้นที่ของประเทศอยู่ในระดับสีแดง แสดงให้เห็นว่าเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด และมีผลต่อสุขภาพ อาทิ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ตาก น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง เลย แพร่ อุตรดิตถ์ กาญจนบุรี ชัยภูมิ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี เพชรบุรี เป็นต้น ในขณะที่ทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร อยู่ระดับปานกลาง

สิ่งหนึ่งที่ต้องเฝ้าระวังที่มักจะมากับเหตุการณ์ไฟป่าและจุดความร้อนคือ PM 2.5 สถานการณ์การจุดความร้อนจากประเทศเพื่อนบ้านอาจส่งผลให้เกิด PM 2.5 ได้ในพื้นที่บริเวณชายแดนเนื่องจากได้รับอิทธิพจากประแสลมที่จะพัดผ่านเข้ามา ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

Advertisement

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่

ทั้งนี้สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://fire.gistda.or.th หรือ ติดตามข้อมูลจาก https://fire.gistda.or.th/dashboard.html และควรติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 ผ่านแอปพลิเคชัน “#เช็คฝุ่น”