วันที่ 15 กุมภาพันธ์ เมื่อเวลา 11.30 น. ได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้านดอนไพล หมู่ 7 ต.ท่าเยี่ยม อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา เดินทางมารวมตัวกว่า 30 คน ที่บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโชคชัย เพื่อมาเรียกร้องขอให้นายอำเภอโชคชัย ทำการปลดนายฉัตรชัย แพงกระโทก อายุ 46 ปี ออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านดอนไพล ภายหลังจากที่ชาวบ้านไม่พอใจ เรื่องที่นายฉัตรชัย มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตโครงการอยู่ดีมีสุข หรือ SML อีกทั้งยังแสดงพฤติกรรมใช้อิทธิพลคุกคามชาวบ้านด้วย
นางปทุม โมงกระโทก อายุ 44 ปี หนึ่งในชาวบ้านที่มาร้องเรียน กล่าวว่า นายฉัตรชัยได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ใหญ่บ้านมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งขณะนั้นตนก็เป็นหนึ่งในคะแนนเสียงที่เลือกนายฉัตรชัย แต่ต่อมานายฉัตรชัยก็เริ่มแสดงพฤติกรรมเป็นผู้มีอิทธิพล คุกคามชาวบ้านมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เริ่มเกิดความขัดแย้งของคนในหมู่บ้านขึ้น จนกระทั่งเมื่อปี 2555 นายฉัตรชัยได้ใช้อำนาจหน้าที่ เบิกเงินโครงการ SML ไปใช้ประมาณ 400,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปซื้อปุ๋ย และพันธุ์ข้าว เพื่อให้เกษตรกรในหมู่บ้านได้กู้ยืมหมุนเวียน ลดค่าใช้จ่ายให้กับเกษตรกรในการกู้ยืมเงินนอกระบบ แต่ปรากฏว่าผ่านมาจนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่มีการจัดซื้อปุ๋ยและพันธุ์ข้าวแต่อย่างใด อีกทั้งยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียดให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเงินจำนวนดังกล่าว นำไปใช้ทำอะไร ซึ่งทำให้ชาวบ้านเสียประโยชน์มาก จากการต้องไปกู้ยืมเงินจากนายทุนในอัตราดอกเบี้ยสูง เพื่อซื้อปุ๋ยและพันธุ์ข้าวมาทำไร่ ทำนา ดังนั้นชาวบ้านจึงได้รวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 323 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมดจำนวน 632 คน เพื่อยื่นขอให้นายอำเภอโชคชัย ดำเนินการสั่งปลดนายฉัตรชัยออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านทันที เพราะเชื่อว่านายฉัตรชัย มีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริต โดยนำเงินไปใช้ในประโยชน์ส่วนตัว

ต่อมาชาวบ้านได้ส่งตัวแทนประมาณ 10 คน ขึ้นไปพบนายยงยุทธ จรเสมอ นายอำเภอโชคชัย แต่เนื่องจากวันนี้นายอำเภอติดภารกิจราชการนอกพื้นที่ จึงมีเพียงนายอรุณ เมฆฉาย ปลัดอาวุโส กับจ่าสิบเอกประจักร ชนะภัย ปลัดอำเภอฝ่ายปกครองอยู่เท่านั้น ซึ่งนายประจักร ก็ได้พูดคุยกับตัวแทนชาวบ้าน พร้อมกับชี้แจงว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนนี้มาแล้วตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม 2558 แต่เนื่องจากช่วงนี้อยู่ระหว่างการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านถึง 4 แห่ง ซึ่งทางอำเภอต้องทำการจัดการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ รวมทั้งยังต้องเตรียมความพร้อมที่จะจัดงานพิธีบวงสรวงท้าวสุรนารี ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ด้วย จึงยังไม่ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนนี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางอำเภอก็จะเร่งดำเนินการหลังเสร็จงานดังกล่าวแล้ว ซึ่งคาดว่าภายใน 2 สัปดาห์นี้ก็จะเริ่มตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนนี้ โดยจะต้องฟังเหตุผลให้รอบด้าน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่ายด้วย จึงทำให้ชาวบ้านรู้สึกพอใจ และแยกย้ายกันกลับบ้านของตน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามนายฉัตรชัย และได้รับการเปิดเผยว่า ตนได้เบิกเงิน SML ไปประมาณ 400,000 บาทจริง โดยได้ทำการซื้อปุ๋ยและพันธุ์ข้าวไปแล้วตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งได้มีการประชุมชี้แจงการเบิกเงิน และค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด แต่กลุ่มผู้ประท้วงเหล่านี้ ไม่เคยเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งยังพยายามสร้างเรื่องเพื่อโจมตีตนมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม หากทางนายอำเภอโชคชัย เรียกตนไปสอบสวน ตนก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่อง และมั่นใจว่ามีข้อมูลหลักฐานทางการเงินอย่างครบถ้วน ส่วนเรื่องการโจมตีตนก็จะต่อสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติยศของวงศ์ตระกูลไว้ไม่ให้เสียหายต่อไป

