เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 ธันวาคม ที่โรงพยาบาลสินแพทย์ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เข้าเยี่ยมอาการของน.ส.นก(นามสมมุติ) อายุ 30 ปี หลังถูกนายกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี สามี ทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา โดยมีพ.ต.ท.ปวิช นิลสุวรรณ รองผกก.(สอบสวน)สน.บางชัน และร.ต.อ.ประชา เมืองมัจฉา รองสว.(สอบสวน)สน.บางชัน เดินทางมาสอบปากคำผู้เสียหาย
น.ส.นก เปิดเผยว่า ตนและนายกอล์ฟ รู้จักกันในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพฯ ก่อนจะตัดสินใจคบหากัน ตลอดระยะเวลา4ปีที่คบหากันนั้นนายกอล์ฟ เป็นคนดี แต่จะอารมณ์ร้ายและคิดเล็กคิดน้อยทันทีที่ดื่มสุรา เรียกได้ว่าทุกครั้งที่ดื่มสุรา นิสัยจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ และจะทำร้ายร่างกายตนด้วยการตบตี จนฟกช้ำทั่วร่างกาย โดยสาเหตุส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวง แต่เพราะรักตนจึงไม่เคยเอาความ ทั้งนี้นายกอล์ฟ ไม่ได้ประกอบอาชีพใดๆ มารดาอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์จะส่งเงินมาให้ใช้จ่าย ส่วนตนและนายกอล์ฟทำธุรกิจขายเสื้อผ้าออนไลน์ เป็นรายได้หลัก โดยตนรับออเดอร์และส่งของลูกค้าเป็นหลัก กระทั่งเมื่อคืนวันที่ 2ธันวาคมที่ผ่านมาตนและเพื่อนอีก2คน นัดกินข้าวกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา กระทั่งเวลา04.00-05.00 น. นายกอล์ฟ พยายามลากออกจากร้านและให้กลับบ้าน แต่ตนไม่ยอม กระทั่งมีปากเสียงกัน ก่อนจะถูกพาตัวกลับคอนโดมิเนียม ย่านซอยรามอินทรา 95
น.ส.นก กล่าวต่อว่า เมื่ออยู่ในห้อง 2 คน นายกอล์ฟ ลงมือทุบตี ทำร้ายอย่างหนัก ก่อนจะนำบาร์เบล น้ำหนักกว่า 25 กิโลกรัมฟาดศีรษะด้านหลังอย่างแรง จนรู้สึกมึน และเจ็บปวดมาก ก่อนจะหมดสติทราบเพียงว่าเพื่อนแจ้งให้รปภ.พังประตูมาช่วย ก่อนที่เพื่อนจะนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้เมื่อมาถึงโรงพยาบาลนายกอล์ฟมาหาพร้อมถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง แต่ตนไม่ได้ตอบ เพราะอยู่ในอาการมึน จากนั้นไม่นานนายกอล์ฟก็กลับไป
ขณะที่ น.ส.น้ำ (นามสมมุติ) น้องสาวผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า เมื่อทราบเรื่อง จึงรีบเดินทางมาจากจ.นครสวรรค์เพื่อเยี่ยมอาการพี่สาว เมื่อเห็นสภาพครั้งแรกรู้สึกตกใจ และโกรธนายกอล์ฟมาก นายกอล์ฟโทรศัพท์มาหาตนและร้องไห้ พร้อมขอโทษกับสิ่งที่ทำลงไป ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ตนและเเม่พยายามกล่อมให้พี่สาวเลิกกับนายกอล์ฟ เพราะเห็นว่าเป็นคนอารมณ์ร้าย เจอทุกครั้งก็ฟกช้ำดำเขียวทั่วร่างกาย สาเหตุน่าจะเป็นเพราะหึงหวงพี่สาว เนื่องจากเป็นคนสวย นายกอล์ฟ มักระแวง แต่พี่สาวก็ไม่ยอมเลิก เพราะรักมาก ก่อนจะเกิดเรื่องเพียง1เดือน พวกตนทราบว่านายกอล์ฟมีคดีอื่นติดตัว แต่สงสัยว่าทำไมจึงยังไม่ถูกจับ จึงเกรงกลัวว่าจะเป็นผู้มีอิทธิพล เมื่อเกิดกรณีดังกล่าวครอบครัวจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสน.บางชัน และร้องทุกข์ไปยังมูลนิธีปวีณาฯเพราะเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามอาการของพี่สาวได้รับบาดเจ็บสาหัส กระดูกสะโพกร้าว กะโหลกร้าว ใบหน้าแตก4ชั้น ซี่โครงหักทะลุปอด และกระดูกเชิงกรานร้าว อยู่ระหว่างให้แพทย์ทำการรักษา
“ล่าสุดทางแม่ของฝ่ายชายติดต่อมาพร้อมกับส่งภาพนายกอล์ฟบวชมาให้ดู และยังบอกว่าขอให้อโหสิกรรม เลิกแล้วต่อกัน แต่ทางครอบครัวเรายืนยันให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”น.ส.น้ำ กล่าว
ด้านนางปวีณา กล่าวว่า มูลนิธิปวีณาฯได้รับแจ้งจากน้องสาวของผู้เสียหายว่าพี่สาวขถูกสามีที่ดื่มสุราจนเมาแล้วทำร้ายร่างกาย ใช้บาร์เบลทุบตี พร้อมกระทืบจนกรามหักกระดูกหน้าแตก หลังรับเรื่องแล้วทางมูลนิธิได้ทำการตรวจสอบประวัติสามีของผู้เสียหายพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับสภ.เมืองลพบุรีในข้อหาฆ่าคนตาย ตั้งแต่ปี2552 อยู่ระหว่างการหลบหนีจับกุม ปกติหากไม่ดื่มสุราจะเป็นคนดีรักลูกรักเมีย แต่พอดื่มสุราแล้วจะชอบพูดเรื่องเก่าๆและหาเรื่องทุบตีภรรยาบ่อยครั้ง ทั้งนี้มูลนิธิฯได้ประสานเรื่องนี้กับทางสน.บางชันท้องที่เกิดเหตุนี้ และสภ.เมืองลพบุรีในคดีค้างเก่าด้วย เนื่องจากทางผู้เสียหายและญาติกลัวว่าผู้ต้องหาจะย้อนกลับมาทำร้ายอีก อย่างไรก็ตามในรอบปีที่ผ่านมาสถิติการทำร้ายร่างกายในครอบครัวมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น และสาเหตุมาจากการดื่มสุราเสพยาเสพติดสูงถึง70เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีดังกล่าวจะติดตามความคืบหน้า เพื่อให้ตำรวจติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

