อุทยาน ไมเกรนขึ้น มีแต่ปัญหาเฉพาะหน้าต้องแก้ โควิด-ไฟป่า งบลาดตระเวนยังมาถูกตัดอีก
กรมอุทยานฯถก ป.ป.ช.ขันนอตแก้ทุจริต พร้อมประเมินผลระบบอี-ทิกเก็ต ‘ชัยวัฒน์’โอดเงินรายได้ติดลบกว่า 500 ล้าน หลังเจอวิกฤตโควิดปี’63-64 เงินรายได้ลดฮวบจาก 2 พันล้านเหลือแค่ 300 ล้าน เจอหั่นงบปกติต้องนำเงินรายได้มาใช้ในหลายงาน-แบ่งคืนท้องถิ่นทำหนี้สะสม ปีนี้ 5 เดือนจัดเก็บได้แล้ว 700 กว่าล้าน ระบุหมอกควันไฟป่าทำยอดนักท่องเที่ยวหด
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายอรรถพล เจริญชันษา รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมผู้บริหารกรมอุทยานฯ ร่วมประชุมหารือกับนายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายทวิชาติ นิลกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. ถึงการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานฯ
ประเด็นหารือประกอบด้วย แนวทางการผลักดันการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานฯ ความคืบหน้าและผลการดำเนินโครงการพัฒนาระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และโครงการเช่าเครื่องจำหน่ายบัตรค่าบริการอัตโนมัติ เปรียบเทียบรายได้จากการจำหน่ายบัตรค่าบริการอัตโนมัติ
และระบบการจำหน่ายบัตรค่าบริการอิเล็กทรอนิกส์ กับการจำหน่ายบัตรและเก็บค่าบริการโดยเจ้าหน้าที่ (ระบบฉีกตั๋ว) ได้รับรายได้ที่แตกต่างกันมากน้อยเพียงใด และการเช่าเครื่องจำหน่ายบัตรอัตโนมัติคุ้มค่ากับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรหรือไม่ อย่างไร ความเห็น ข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการทุจริตเกี่ยวกับการบริหารจัดการอุทยานฯ ระบบการบริหารจัดการการเข้าท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ เช่น การจองคิวล่วงหน้า เป็นต้น
กรณีนำร่อง 6 อุทยานฯ ในการจองตั๋วล่วงหน้าด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (E-Ticket) หากนักท่องเที่ยวชำระโดยเงินสด มีมาตรการในการป้องกันการทุจริตอย่างไร อัตราค่าบริการสำหรับบุคคลในการเข้าไปในพื้นที่อุทยานฯ การอนุญาตดำเนินกิจการท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานฯ หลักเกณฑ์ วิธีการ ขั้นตอน เกี่ยวกับการจัดเก็บ การรักษา และการนำส่งเงินรายได้ของอุทยานฯ พร้อมทั้งกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งอัตรากำลัง และการจัดทำเส้นทางความก้าวหน้าอาชีพ เข้าเจ้าหน้าที่ในสังกัด กรมอุทยานฯ และการประเมินและการยกระดับคะแนน ITA ของกรมอุทยานฯ
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานฯ กล่าวถึงกรณีการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานฯว่า สถานการณ์เงินรายได้อุทยานฯที่จัดเก็บในปีงบประมาณ 2566 ตั้งแต่ 1 ต.ค.65 ถึงปัจจุบัน จัดเก็บเงินรายได้อยู่ที่ 710 ล้านบาท ซึ่งในเงินรายได้ในส่วนนี้จะต้องนำไปดำเนินการตามแผนงานต่างๆ โดยเฉพาะค่าจ้างและค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ในภารกิจลาดตระเวนป่า เป็นต้น เพราะงบประมาณปกติที่รัฐบาลสนับสนุนมีการถูกตัดออกไป และต้องนำเงินรายได้มาจ่ายปีละ 700 กว่าล้านบาท ที่ผ่านมาในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งประสบปัญหาโควิด-19 กรมอุทยานฯจัดเก็บรายได้เพียง 300 กว่าล้านบาท จากเดิม 2,000 กว่าล้านบาท จึงเป็นปัญหาสะสมมา เมื่อเงินถูกดึงมาใช้ตรงนี้ และกันเงินในส่วนที่ต้องคืนให้กับท้องถิ่นร้อยละ 5 จึงทำให้เกิดการขาดดุลอยู่ 500 ล้านบาท
นายชัยวัฒน์กล่าวว่า วันนี้ปัญหาหมอกควัน ไฟป่า ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการจัดเก็บรายได้เป็นโดมิโนไปหมด ยกตัวอย่าง อุทยานฯเอราวัณ จ.กาญจนบุรี เปรียบเทียบกับปี 2561 ที่ยังไม่เกิดสถานการณ์โควิด สถิตินักท่องเที่ยวอยู่ที่ 6.4 แสนคน ส่วนปี 2565 หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย แต่สถิตินักท่องเที่ยวยังน้อยอยู่ที่ 3.5 แสนคน ปัจจุบันในปีงบประมาณ 2566 ตั้งแต่เดือน ต.ค.-ปัจจุบัน ระยะเวลา 5 เดือน ยอดนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 1.7-1.8 แสนคน สิ่งที่เห็นชัดเจนเมื่อเทียบกับสถานการณ์ปกติในปี 2561 เฉพาะเดือน ก.พ.เดือนเดียว แต่ไม่มีปัญหาเรื่องหมอกควัน ยอดนักท่องเที่ยวอยูที่ 5.4 หมื่นคน แต่ในเดือน ก.พ.2566 นี้ ยอดนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 3.4 หมื่นคนเท่านั้น แสดงว่าไฟป่าหมอกควันมีผลต่อการท่องเที่ยวแน่นอน เป็นเรื่องที่เราต้องแก้ไขและวางแผนระยะยาว
นายชัยวัฒน์กล่าวต่อว่า วันนี้เราแก้ปัญหาเฉพาะหน้าบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่ หรือปัญหาไฟป่าที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นสำนักประมาณ กระทรวงการคลังหรือรัฐบาล อาจจะเห็นเราแก้ปัญหาได้โดยใช้เงินรายได้มาแก้ปัญหา จึงเป็นหนี้ที่สะสมติดมาประมาณ 500 กว่าล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของภารกิจปกติเช่นลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่ต้องใช้งบประมาณ 700 ล้านบาท ตนเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรตัดงบนี้ ควรใช้งบปกติมาสนับสนุน เพราะเป็นวิกฤตและต้องใช้คนเพิ่ม ส่วนเงินรายได้ก็นำมาเสริมเข้าไป ก็จะทำให้ช่วยลดปัญหางานภาพรวมได้มากขึ้น

