วันที่ 8 ธันวาคม 2559 เมื่อเวลา 07.00 น. ได้เกิดน้ำท่วมถนนสายเอเซีย 41 กม ช่วงหลัก กม.ที่ 47-48 หน้า สภ.ทุ่งตะโก ทั้งขาขึ้นและล่อง ระดับน้ำดับสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวประมาณ 400 เมตร จากนั้นระดับน้ำได้สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็น 40-50 เซนติเมตร จนทำให้รถทุกชนิดทั้งใหญ่และเล็กไม่สามารถผ่านได้ ในอำเภอทุ่งตะโก สภ.ทุ่งตะโก และตำรวจทางหลวงชุมพร จึงติดป้ายขอให้ประชาชนเปลี่ยนไปใช้เส้นทางสำรอง ช่วง กม.52 โค้งเกษตรหน้าวัดเทพนิมิตรเพื่อไปออกสี่แยกเขาบีบ ส่วนผู้ที่เดินทางมาจาก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อไปยังกรุงเทพฯ ให้หันไปใช้เส้นทางหน้าสำนักงานขนส่ง อ.หลังสวนไปทางสี่แยกสามหม้าย เลี้ยวซ้ายไปทาง ต.บางน้ำจืด เลียบชายฝั่งอ่าวมะม่วง ไปออกทางเขาสวนทุเรียน อ.สวี จ.ชุมพร แต่มีรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ไม่เชื่อป้ายที่บอกให้หันไปใช้เส้นทางสำรอง จึงตกลงไปข้างทาง และโชคดีที่คนขับและคนที่นั่งโดยสารมาด้วยปลอดภัย
นายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และ พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชุมพร ได้เดินทางไปตรวจสอบและสำรวจเส้นทางถนนเพชรเกษม พื้นที่ ต.ทุ่งตะไคร อ.ทุ่งตะโก พร้อมกำชับให้ สภ.ทุ่งตะโก จัดตำรวจจัดการจราจร และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องหันไปใช้เส้นทางสำรอง และร่วมกันตรวจสอบ สภ.ทุ่งตะโก ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
นายวนิพงศ์ มุณีน้อย นายอำเภอท่าแซะ เปิดเผยว่า อ.ท่าแซะมีน้ำท่วมถนน 3 สาย รถยนต์สัญจรไปมาไม่ได้คือ ถนนสายท่าแซะ-อ่างทอง ถนนสายราษฎรพัฒนา และถนนสายโรงเรียนวัดหัสชิ มีพื้นที่ถูกน้ำท่วม 3 ตำบลคือ ต.ท่าแซะ ม.2, 3, 4, 5, 7, 8, 11, 16 จำนวน 160 ครัวเรือน ต.นากระตาม ม.1, 3, 5 จำนวน 70 ครัวเรือน และ ต.หงษ์เจริญ ม.2 จำนวน 20 ครัวเรือน อำเภอท่าแซะได้นำกำลัง อส. ออกพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัย และออกตรวจพื้นที่นาข้าวใน ต.ท่าแซะ ม.3 ที่ถูกน้ำท่วม 150 ไร่ ระดับน้ำสูงประมาณ 2 เมตร

นายชาญ เสมสวัสดิ์ นายอำเภอสวี เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมได้ขยายวงกว้างขึ้น เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมา อ.สวีมีฝนตกมากถึง 160 มม.และน้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอย่างรวดเร็ว ทำให้มีหลายคนไม่สามารถเคลื่อนย้ายข้าวของได้ทัน โดยเฉพาะ ต.เขาค่าย และ ต.เขาทะลุ ที่รับน้ำมาจาก จ.ระนอง ระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ บางพื้นที่ระดับสูงถึงหน้าอก สิ่งที่ผู้ประสบภัยต้องการนอกจากข้าว อาหาร และน้ำดื่มแล้ว ยังมีพวกเสื้อผ้าที่สูญหายไปกับสายน้ำเพราะเก็บไม่ทันด้วย และสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้น ทำให้มีถนนทางเข้าหมู่บ้านหลายสายได้รับความเสียหาย ซึ่ง อปท.ในแต่ละพื้นที่กำลังเร่งตรวจสอบ
ขณะที่รายงานระบุว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 7 ธันวาคม 2559 ได้มีผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวลือทางสังคมออนไลน์ว่าได้มีน้ำที่ไหลลงมาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ จะไหลบ่าลงมายัง จ.ชุมพร และเข้าท่วมตัวเมืองชุมพรในเวลา 15.00 น.ทำให้โครงการชลประทานต้องขอความร่วมมือสถานีวิทยุทุกแห่งช่วยประกาศว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง โดยยืนยันว่า แก้มลิงหนองใหญ่ และคลองระบายน้ำหัววัง-พนังตัก ซึ่งเป็นสองโครงการตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่9 ยังทำงานในการเก็บกักน้ำและระบายน้ำลงสู่ทะเลที่อ่าวพนังตักได้อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดชุมพร ได้สรุปความเสียหายจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นว่า มีพื้นที่ประสบภัยแล้ว 8 อำเภอ (ทั้งจังหวัด) ราษฎรได้รับความเดือดร้อนประมาณ 60 ตำบล 400 หมู่บ้าน 9,000 ครัวเรือน40,000 คน (รายงานละเอียดจะสรุป 21.00 น.) ขณะรายงานข่าวฝนหยุดตกและท้องฟ้าเริ่มเปิดแล้ว

