ชอบด้วยกฎหมายแต่ผิดระเบียบ กางบันทึก ผกก.รับกลางที่ประชุมไม่ได้ขออนุมัติผู้บังคับบัญชาก่อนชงหมายจับ ส.ว.ดัง ทั้งๆ ที่ระเบียบให้แจ้งก่อน เผยผลประเมินเหตุถูกเด้ง
จากกรณี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์เอกสารการชี้แจงของตำรวจชุดทำคดี ตุน มิน ลัต หลุดว่อนโซเชียล ตอนหนึ่งว่า คดีดังกล่าวเกี่ยวเนื่องกันตั้งแต่เดือนกันยายน 2565 มีการส่งสำนวนไปให้ บช.ปส. แต่ทราบว่าวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ผู้กำกับการและสารวัตรไปขอหมายซึ่งน่าจะเป็นวันแรกที่ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ มารับตำแหน่ง ผบก.สส.บช.น. ซึ่ง พล.ต.ต.ธีรเดชบอกว่าไม่มีใครมารายงาน มารู้ทีหลังว่ามีการไปขอหมายจับ และมีการถอนหมายจับเป็นเรื่องที่ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายชุดทำงานนี้นั้นก็เป็นเพราะเรื่องผลการทำงานก่อนหน้า ผู้บังคับบัญชายืนยันว่ามีคนที่ทำงานได้ดีกว่า และดูจากผลงานที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ใครมีผลงานมากน้อยสามารถพิสูจน์ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรายงานการประชุมการปฏิบัติงาน กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 2 (กก.สส.2) ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลโดย พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 ที่ต่อมามีคำสั่งโยกย้ายพร้อมกับ 2 พ.ต.ท. และ 1 พ.ต.ต.นั้น ปรากฏใจความว่า การประชุมวันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.กก.บช.น. ประธานในที่ประชุม ได้กล่าวขึ้นว่าคดี ตุน มิน ลัต เกิดเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2565 ก่อนที่ตัวเองจะมารับตำแหน่งในวันที่ 3 ตุลาคม 2565 ปรากฏว่าวันที่รับตำแหน่ง พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 ขณะนั้น ไม่อยู่ในพิธีการรับตำแหน่งและรับมอบนโยบาย แต่ช่วงเย็น พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ได้มาพบ พล.ต.ต.ธีรเดช แล้วได้รายงานให้ทราบว่าได้ขออนุมัติหมายจับ ส.ว.คนดังที่ศาลอาญา และได้นำเรียน พล.ต.ต.ธีรเดชเพื่อพิจารณาสั่งการอีกที ปรากฏว่า พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า คดีใหญ่บุคคลสำคัญแบบนี้ทำไมไม่รอรายงานผู้บังคับบัญชาก่อน เพราะถือว่าเป็นบุคคลสำคัญในตำแหน่งหน้าที่ของประเทศ พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ยอมรับว่าไม่ได้ขออนุมัติ พร้อมกล่าวต่อว่า วันนั้นหลังจากได้หมายจับแล้ว ปรากฏว่าศาลได้เรียกกลับไปที่ศาลอาญาอีกรอบ เพื่อแจ้งว่าให้ถอนหมายจับ เนื่องจาก ส.ว.คนดังเป็นคนสำคัญ ให้ถอนหมายจับไปก่อน และให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกตามขั้นตอนกฎหมาย
ข่าวแจ้งว่า การเสนอหมายจับจากศาลนั้นพนักงานสอบสวน ทั้ง ผู้บังคับการ หรือผู้กำกับ ขอหมายจับจากศาล เสนอได้ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย แต่ไม่ชอบด้วยระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดีและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง กระบวนการขออนุมัติหมายจับจากศาล ทั้งนี้ ระเบียบให้แจ้งผู้บังคับบัญชาก่อน เพื่อเป็นการรับรองให้ศาลมีความมั่นใจว่าได้ผ่านการกลั่นกรองมาแล้ว ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง อีกทั้งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานอีกด้วย เนื่องจากขณะนั้นผู้บังคับบัญชายังไม่ได้ลงประจำวันรับตำแหน่ง อีกทั้งเมื่อเกิดปัญหาหนึ่งในตำรวจที่ไปขอหมายจับทำหนังสือถึง ก.ต.บางคนเพื่อชี้แจงการออกหมายจับและการเพิกถอนหมายจับ ปรากฏว่าตำรวจได้รับการตำหนิเป็นชนวนความขัดแย้งในกระบวนการยุติธรรม
ข่าวแจ้งว่า มีรายงานผลการพิจารณาและการดำเนินการของชุดปฏิบัติงานในการปราบปรามอาชญากรรมทั่วไปและอาชญากรรมพิเศษ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565-15 มกราคม 2566 ของกองบังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บก.สส.บช.น.) พบว่า กองกำกับการสืบสวนสอบสวน 2 (กก.สส.2) ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลโดย พ.ต.อ.กฤศณัฏฐ์ ธนศุภณัฏฐ์ ผกก.สส.2 ที่ต่อมามีคำสั่งโยกย้ายออกไป 4 นายนั้น ปรากฏว่ามีผลงานการปฏิบัติรวมต่ำกว่า 2 ชุด คือ กก.สส.1, 3 อย่างมีนัยสำคัญ ส่วน กก.สส.4 นั้นเป็นภารกิจติดตามบุคคลเคลื่อนไหวและเป็นภัยความมั่นคง ไม่สามารถประเมินร่วมได้
ข่าวแจ้งว่า รายงานได้แจกแจงให้เห็นได้ชัดเจนอีกว่า กก.สส.2 รับผิดชอบในงานป้องกันปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ, งานปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ และงานป้องกับปราบปรามยาเสพติด ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2565-15 มกราคม 2566 ผลการปฏิบัติเฉพาะงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดเฉพาะเดือนตุลาคม 2565 มีจำนวน 1 ราย ที่เป็นหน่วยร่วมจับกุมผับจินหลิง สน.ยานนาวา เท่านั้น ในส่วนงานป้องกับปราบปรามการโจรกรรมสินค้าทางน้ำ, งานปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปรากฏว่าไม่มีผลการปฏิบัติงานเลย อย่างไรก็ตาม การแต่งตั้งโยกย้ายเป็นอำนาจของ บช.น.เป็นในรูปแบบของคณะกรรมการกลั่นกรองการแต่งตั้งโยกย้าย

