วันที่ 7 ธันวาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.)ตำบลวัดประดู่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม นายชยกร นาคสิงห์ นายก อบต.วัดประดู่, นายศรายุทธ แก้วคง เจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานปฏิบัติงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่กรณีบริษัทแสงทับทิม อินเตอร์จำกัด ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 15/3 ม.2 ต.วัดประดู่ บนเนื้อที่ 1,500 ตารางเมตร จะเปิดดำเนินกิจการในรูปแบบโรงงานผลิตวุ้นมะพร้าว เนื่องจากชาวบ้านเกรงว่าจะส่งกลิ่นเหม็น และเครื่องจักรเสียงดัง อีกทั้งยังอาจทำให้น้ำในลำคลองเน่าเสีย
น.ส.นนทนี แสงทับทิม กรรมการบริหารบริษัทแสงทับทิม อินเตอร์จำกัด ได้ชี้แจงถึงความเป็นมาของบริษัทว่า ก่อตั้งขึ้นในนามวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรอมรรัตน์ตำบลวัดประดู่ เป็นองค์กรที่สนับสนุนการสร้างงานในพื้นที่และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพส่งถึงมือลูกค้าตรงเวลา และดำเนินการผลิตวุ้นมะพร้าวเพื่อแปรรูปเป็นสินค้าต่างๆ เช่นวุ้นมะพร้าวหั่นเต๋า วุ้นมะพร้าวปั่นละเอียด และวุ้นมะพร้าวเชื่อม อีกทั้งมีการควบคุมคุณภาพโดยการนำระบบ GMP มาประยุกต์ใช้ในการควบคุมคุณภาพสินค้ามุ่งเน้นการตรวจสอบตามกระบวนการรับวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และกระบวนการจัดส่ง ส่วนกรณีที่ชาวบ้างกังวลเรื่องกลิ่นเหม็น เสียงดังรวมทั้งน้ำเน่าเสีย นั้น ทางบริษัทยืนยันว่าจะใช้เสียงภายในโรงงานที่มาตรฐานไม่เกิน 9 เดซิเบล อยู่ในรูปแบบโรงงานระบบปิด อีกทั้งมีการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียและป้องกันการรั่วไหลของน้ำในกระบวนการผลิตด้วย
อย่างไรก็ตามขณะที่นางสาวนนทนี กำลังชี้แจงอยู่นั้นได้เกิดการโต้เถียงจนเกิดความวุ่นวายขึ้น เมื่อมีชาวบ้านบางคนไม่ยอมรับฟัง และต้องการเหตุผลว่าหากมีการสร้างโรงงานแล้วจะมีวิธีป้องกันอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้นายศรายุทธ แก้วคง เจ้าหน้าที่ตรวจโรงงานปฏิบัติงาน สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวว่า ทางโรงงานมีการขอใบอนุญาตและทำตามกฎหมายแล้วทุกขั้นตอน
นอกจากนี้ชาวบ้านขอให้ทางโรงงานไปหาโรงงานที่มีการประกอบกิจการที่ใกล้เคียงกันแล้วพาชาวบ้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูกระบวนการผลิตและขั้นตอนในการบำบัดน้ำเสีย หากสามารถควบคุมได้และไม่เกิดผลกระทบจริง พวกตนก็ยินดีที่จะให้ทางโรงงานเปิดดำเนินการ ขณะที่นายชยกร นาคสิงห์ นายก อบต.วัดประดู่ก็พร้อมผู้นำท้องที่ท้องถิ่นเตรียมนำชาวบ้านเข้าตรวจสอบการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียก่อนที่จะเปิดกิจการ หากพบว่าส่งผลให้เกิดกระทบก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งทางโรงงานก็รับว่าจะดำเนินการตามที่ชาวบ้านร้องขอทำให้ชาวบ้านพอใจและจึงแยกย้ายกันกลับ

