ผบช.น.เข้าคุมสถานการณ์สารวัตรคลั่ง เตรียมปรับยุทธวิธี หวังจบเหตุการณ์นี้ให้ดีที่สุด พบผู้ก่อเหตุยิงปืนไปแล้ว 47 นัด และยังไม่ทราบในบ้านมีกระสุนอยู่อีกกี่นัด
หลังจากเจ้าหน้าที่อรินทราชและชุดหนุมานของกองปราบ เดินทางมายังซอยสายไหม 56 กทม. เพื่อเข้าควบคุมสถานการณ์เหตุสารวัตรสันติบาลคลุ้มคลั่ง ใช้อาวุธปืนกราดยิงออกมาจากบ้าน โดยเจ้าหน้าที่พยายามเจรจาแต่ไม่เป็นผล แถมยังสาดน้ำใส่ ก่อนที่ตำรวจจะปรับยุทธวิธีเตรียมแก๊สน้ำตาและระเบิดควันมาเตรียมพร้อมไว้
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 14 มี.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบ ผู้ก่อเหตุมีปืนอยู่ 2 กระบอก ได้แก่ ปืนขนาด .357 แม็กนัม และปืนขนาด 9 มม. โดยขณะนี้ยิงไปแล้ว 47 นัด และยังไม่ทราบว่าภายในบ้านมีกระสุนอยู่อีกกี่นัด
ขณะนี้ผู้ก่อเหตุยังเดินวนเวียนอยู่ภายในบ้าน ไม่ปรากฏตัวหรือมีอาการคลั่งและตอบโต้ใดๆ ต่อเจ้าหน้าที่ ส่วนยุทธวิธีตอนนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้ใช้กำลังในการเข้าจับกุมตัว เนื่องจากว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีตัวประกัน และไม่ได้มีจุดประสงค์ทำร้ายคนรอบข้าง มีเพียงแต่ให้เจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวง เข้ามาตัดไฟบ้านของผู้ก่อเหตุแล้ว และลำเลียงผู้ที่อยู่อาศัยบ้านพักใกล้เคียงออกมา
ต่อมาเวลา 16.05 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พร้อมกับ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เดินทางมาประเมินสถานการณ์ด้วยตัวเอง โดยพล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า พยายามจะจบเหตุการณ์นี้ให้ดีที่สุดภายในค่ำคืนนี้ และไม่ให้ยืดเยื้อ จะพยายามไม่ให้เกิดความสูญเสียกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ผู้ก่อเหตุเคยเป็นลูกน้องเก่าของตน ก่อนหน้านี้มีอาการลักษณะนี้มาแล้ว แต่ไม่หนักเท่าครั้งนี้ เดิมทำที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ก่อนโยกย้ายไปประจำที่กองบัญชาการศึกษา กระทั่งย้ายมาที่สันติบาล
ล่าสุดเวลา 16.30 น. พล.ต.ต.ธีรเดช ได้เข้าไปเจรจากับสารวัตรที่ก่อเหตุบริเวณหน้าบ้าน ในขั้นตอนการเจรจา ตำรวจได้กันผู้สื่อข่าวออกจากพื้นที่ ห่างจากจุดเกิดเหตุ 100 เมตร เพื่อป้องกันปัญหาหากเกิดเหตุผิดพลาด โดย พล.ต.ต.ธีรเดช เป็นผู้บังคับบัญชาที่สารวัตรให้ความนับถือ
ต่อมา 17.20 น.พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รองผบ.ตร.ป้องกันและปราบปราม มาถึงที่เกิดเหตุ แล้วได้เข้าร่วมประเมินสถานการณ์

