การบรรจุเข้ารับราชการ เป็นอาชีพทรงเกียรติ ที่ใครหลายคนใฝ่ฝัน ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ และข้าราชการทหาร และหลายครั้งหลายคราที่มิจฉาชีพฉกฉวยช่องทางแห่งความฝัน มาหลอกลวง ดูดทรัพย์เหยื่อ โดยสัญญาว่าจะสามารถช่วยให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการแน่นอน

เหยื่อบางรายถึงขนาดขายบ้าน จำนำทรัพย์สิน จำนองที่ดิน หาเงินมาจ่ายด้วยหวังว่าตนเอง ลูกหลาน หรือญาติพี่น้อง จะได้สวมเครื่องแบบ ติดยศ

ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผกก.1บก.ป.สั่งการให้ พ.ต.ท.ศราวุธ จันต๊ะวงค์ สว.กก.1บก.ป. นำทีมลูกน้องในชุดปฏิบัติการ 1-9 (ชป.1-9) เฝ้าติดตามตัวสองสามีภรรยา อดีตตำรวจยศ ด.ต. และจ.ส.ต.หญิง ที่มีหมายจับพ่วงท้าย ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง”

หลังมีผู้เสียหายหลายราย แจ้งความว่า ทั้งคู่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ ขณะรับราชการเป็นตำรวจในทางมิชอบ ด้วยการหลอกหลวงว่าสามารถฝากบุตร หลาน เข้ารับราชการตำรวจชั้นประทวน หรือนายสิบตำรวจ ได้ ซ้ำยังอ้างว่ามีความสนิทสนม และใกล้ชิดกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ระดับนายพล

โดยคิดค่าดำเนินการรายละ 400,000 บาท
ด้วยเครื่องแบบสีกากี สำทับให้น้ำหนักลมปากหนักแน่น จนคนฟังเชื่อสนิทใจ บางรายยอมวิ่งหาเงินเฉียดล้าน มาฝากลูกหลานไม่ต่ำกว่า1คน
“ผู้ต้องหากับผู้เสียหาย ตกลงกันว่า ต้องมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ โดยคิดราคาดำเนินการขั้นแรก หัวละ 400,000 บาท แต่ละคนมียอดความเสียหายเฉียดล้าน เพราะไม่ได้ฝากลูก หลาน เพียงคนเดียว ทำให้มีผู้เสียหายหลงเชื่อหลายราย แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถฝากเข้ารับราชการตำรวจได้ตามที่กล่าวอ้างไว้”พ.ต.ท.ศราวุธเผย และว่า
ขณะนั้นฝ่ายชายรับราชการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร ขณะที่ฝ่ายหญิงได้รับราชการอยู่ที่จ.พัทลุง คนร้ายอาศัยว่าเป็นคนในพื้นที่ สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และกระพือข่าวอวดอ้างตัวในลักษณะปากต่อปากทำให้ชาวบ้านหลงเชื่อ กว่าจะรู้ตัวก็ถูกเชิดเงินหลบหนีออกจากพื้นที่เสียแล้ว ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง เบื้องต้นจำนวน 3 ราย รายแรกสูญเงิน 889,900 บาท รายที่ 2 สูญเงิน 920,000 บาท และรายที่ 3 จำนวนเงิน 1,160,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท
สารวัตรหัวหน้าชุดปฏิบัติการ บอกด้วยว่า จากการลงพื้นที่ควานหาตัว 2 สามีภรรยา เจ้าหน้าที่ใช้เวลาร่วม 1 เดือน ทำให้ทราบว่าทั้งคู่ชิงออกจากราชการมาก่อน โดยด.ต.ฝ่ายชายลาออกจากราชการตั้งแต่ปี2556 ส่วนจ.ส.ต.หญิง ถูกออกจากราชการปี 2558 หลังมีผู้ร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้น
“หนำซ้ำจากการสืบสวนในทางลับ ยังพบประวัติเพิ่มเติมอีกว่า ก่อนหน้าที่จะหลอกฝากคนเข้ารับราชการตำรวจ ทั้งคู่ยังเคยหลอกขายตั๋วเครื่องบินในประเทศราคาถูก เพียงเที่ยวละ 500-600 บาท แต่มีข้อกำหนดว่าต้องซื้ออย่างต่ำ 50-60 เที่ยวบิน จึงจะได้ราคาพิเศษนี้ ทำให้มีผู้เสียหายทั้งระบบกรุ๊ปทัวร์ และส่วนตัว จำนวนมาก แต่ท้ายสุดไม่เป็นคดี เนื่องจากผู้ต้องหายินยอมชดใช้ให้กับผู้เสียหาย เรื่องดังกล่าวจึงเงียบหายไปพักหนึ่ง“สารวัตรศราวุธระบุ
กระทั่งตำรวจกก.1 บก.ป. สืบทราบว่าทั้งคู่ย้ายมาทำธุรกิจขายขนมไทย และข้าวแกงอยู่ที่ตลาดอัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กระทั่งนำกำลังจับกุมได้ในวัดพระยาญาติ หมู่ 1 ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
พ.ต.ท.ศราวุธ บอกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง2 คน รับสารภาพว่าร่วมกันอ้างว่าสามารถฝากเข้าเป็นตำรวจได้จริง โดยก่อนหน้านั้นทั้งคู่ทำธุรกิจ แต่ธุรกิจขาดทุนและล้มละลาย ทำให้ต้องการเงินมาใช้หนี้ ครั้นเข้าตาจน จึงตัดสินใจหลอกลวงผู้เสียหาย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทลุง ดำเนินคดีตามกฎหมายไปเรียบร้อยแล้ว
การจับกุมสองสามีภรรยาอดีตข้าราชการตำรวจ ลวงฝากเข้ารับราชการตำรวจ จึงเป็นอีกคดี ที่เป็นอุทาหรณ์มิให้หลงกล หลงลม หลงผิด ยอมจ่ายให้ได้บรรจุเป็นข้าราชการ
เพราะสุดท้ายแล้วจะกลายเป็นสูญเปล่า บางรายถึงขั้นหมดตัว ขณะที่บางรายต้องเป็นหนี้เป็นสิน!!

