‘ชัชชาติ’ สั่งสำนักงบฯ ทบทวนแนวทางเก่า ใช้ Zero-Based Budgeting แทน เน้นงบลงเส้นเลือดฝอย ดึงนวัตกรรม ช่วยชีวิตประชาชนดีขึ้น จ่อทำจดหมายแจ้ง มท. ของบที่ถูกตัด ‘โครงการสะพานข้ามแยกเกียกกาย’
เมื่อวันที่ 14 มีนาคม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกิจกรรม “ผู้ว่าฯ สัญจรสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร” ว่า สำนักงบประมาณฯ มีความสำคัญเพราะเป็นการควบคุมด้านรายจ่ายของกรุงเทพมหานครเพื่อนำรายได้ไปทำประโยชน์ให้กับประชาชน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการของการเตรียมงบประมาณปี 2567 และการทำงบเพิ่มเติมกลางปี ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด
“จริงๆ แล้วหัวใจสำคัญคือเรามีการใช้นโยบายหลายด้านมาปรับเรื่องของงบประมาณ เช่น การทำเรื่อง Open Data หรือเปิดเผยงบประมาณให้ประชาชนเห็น ซึ่งเริ่มตั้งแต่ปีที่แล้ว งบประมาณที่เสนอเข้าสภากทม. ก็มีการเปิดเผยประชาชนเห็น เพื่อจะได้ช่วยกันดูและให้เกิดความโปร่งใส นอกจากนี้ได้ปรับระบบงบประมาณเป็นแบบ Zero-Based Budgeting หรือ การจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นของโครงการ” นายชัชชาติกล่าว

นายชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทำงบประมาณแบบ Zero-Based Budgeting ว่า จากเดิมเวลามีงบประมาณจะเป็นงบประมาณที่กำหนดไว้แล้วให้แต่ละเขต แต่ละสำนักใส่ตัวเลขว่าจะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ มีรายการกำกับไว้ แต่ตอนนี้ให้ไปทบทวนสิ่งที่ทำต่อๆ กันมา ว่าแต่ละรายการยังมีความจำเป็นหรือจะยกเลิก
“คือไม่ต้องทำเพราะว่าทำต่อๆ กันมา แต่คงทำในเฉพาะบางส่วนก่อน ก็จะทำให้เราสามารถประหยัดงบประมาณไปได้พอสมควร บางโครงการที่เคยตั้งๆ ต่อกันมา ปีนี้บางโครงการอาจจะไม่ตั้งหากไม่จำเป็น และให้มีการทบทวนในทุกรายการ เพื่อจะได้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ อีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องการใช้นวัตกรรมต่างๆ ในการปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้เอกสารต่างๆ ในส่วนนี้คงเป็นตัวหนึ่งที่พยายามใช้เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น” นายชัชชาติระบุ

นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับการจัดทำงบประมาณ จะเน้นไปที่เส้นเลือดฝอย ตามนโยบายที่เคยพูด ที่ผ่านมา กทม.นำงบประมาณไปใช้ในโครงการขนาดใหญ่ เช่น อุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ ตัดถนนเส้นใหญ่ โดยตอนนี้มีการจัดสรรงบประมาณให้สำนักงานเขตมากขึ้น ให้ไปปรับปรุงถนนตามตรอกซอกซอย ที่มีปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ปรับปรุงระบบระบายน้ำ ปรับปรุงทางเดินเท้า ติดตั้งไฟแสงสว่าง
โดยงบประมาณปี 2566 มีการจ่ายเงินคืนสะสมจ่ายขาดประมาณ 5,000 ล้านบาท เพราะช่วงปี 2563 ที่เกิดโรคโควิด-19 มีรายได้ไม่เพียงพอ จึงมีการยืมเงินสะสมจ่ายขาดมาใช้ก่อน ทำให้การจัดสรรงบประมาณกับสำนักงานเขตไม่เพียงพอ ซึ่งงบประมาณกลางปี และงบประมาณปีถัดไป จะเน้นเส้นเลือดฝอยให้มากขึ้น
“จะเห็นเลยว่าชีวิตพี่น้องประชาชนจะดีขึ้น ในแง่ของการปรับปรุงโรงเรียน ห้องคอมพิวเตอร์ ศูนย์บริการสาธารณสุข ถังดับเพลิง ถนน ซอย ระบบระบายน้ำ ก็จะเห็นสิ่งเหล่านี้มากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว


นายชัชชาติกล่าวถึงตัวงบประมาณ กทม.ด้วยว่า ไม่มีปัญหาอะไรมาก อาจจะมีเรื่องที่มีโครงการที่ทางรัฐบาลตกลงว่าจะมีการช่วยเหลือกันบางโครงการ เช่น โครงการสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย ซึ่ง ครม. มีมติให้แบ่งงบประมาณคนละครึ่ง 50-50 แต่พอผ่านในสภาใหญ่ บางส่วนก็ถูกตัด กทม.จึงต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ อาจจะต้องทำจดหมายแจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย ว่าเรายังต้องการเงินสนับสนุนตามข้อตกลงเดิมอยู่ แต่ถ้าไม่ได้คงต้องออกไปเองก่อน และต้องพยายามทวงถามต่อไป รวมทั้งภาษีต่างๆ อาทิ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งก็ยังได้คืนมาไม่ครบที่รัฐบาลหักไป
“ภาพรวมก็เป็นไปตามแผนที่กำหนด และมีแนวคิดจะใช้เทคโนโลยีมาปรับปรุงการทำงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น” นายชัชชาติกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อเวลา 12.00 น. ก่อนการประชุมรับฟังการดำเนินงานของสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ ได้ร่วมรับประทานอาหารกับข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานครที่ได้รับคัดเลือก ซึ่งเป็นผู้มีความขยัน ตั้งใจทำงาน และมีจิตสาธารณะ ของสำนักงบประมาณกรุงเทพมหานคร เพื่อตอกย้ำการให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานทุกระดับอย่างไม่เลือกปฏิบัติ โดยได้พูดคุย สอบถาม และรับฟังปัญหาทั้งเรื่องงานและชีวิตส่วนตัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เสนอแนะในเรื่องต่างๆ กับผู้ว่าฯ ด้วยตัวเอง เพื่อจะได้หาแนวทางในการสนับสนุน ช่วยเหลือ รวมทั้งเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและแรงบันดาลใจในการทำงานอีกด้วย

สำหรับข้าราชการและลูกจ้าง จำนวน 6 คน ที่ได้เป็นตัวแทนร่วมโต๊ะอาหารมื้อเที่ยงกับ นายชัชชาติในวันนี้ ได้แก่ นางวรรณมาศ สมัครกิจ หัวหน้ากลุ่มงานแผนงานและสารสนเทศงบประมาณ น.ส.สุธาทิพย์ ศิริเรือง หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์งบประมาณ 2 น.ส.เพ็ญพิมล หกสุวรรณ นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการ น.ส.จุฑาทิพย์ จรุราภากุล นักวิเคราะห์งบประมาณชำนาญการ นายมาวิน ม่วงมา นักวิเคราะห์งบประมาณปฏิบัติการ และนางจรีพร ชมานนท์ พนักงานพิมพ์ ส 4 โดยเมนูอาหารประกอบด้วย ข้าวสวย เกาเหลาเนื้อตุ๋น/หมูตุ๋น ผัดพริกแกงปลาสลิด น้ำสมุนไพร น้ำเปล่า Coke Zero มะละกอ ส้มโอ มันต้ม กล้วยต้ม ขนมต้ม ขนมชั้น ขนมตาล ขนมมันม่วงมะพร้าวอ่อน


