คุก 2 ปี 2 โจ๋ ม็อบขับไล่ “บิ๊กตู่” ฐานพยายามเผารถยกตร.ใต้ทางด่วนดินแดง

15.03.23 | 11:07 น.

คุก 2 ปี 2 โจ๋ พยายามเผารถยก ตร.ใต้ทางด่วนดินแดง ชุมนุมขับไล่นายกฯตู่ ศาลชี้เป็นเเค่พยายามไม่ใช่ความผิดสำเร็จ ตัวเหตุเพลิงไหม้


เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 15 มีนาคม ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดี เผารถตำรวจ หมายเลขดำ อ. 2534/2564 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้องนายศักดิ์ดา อุดมศรี และนายกรรภิรมย์ บุตรโคตร สองวัยรุ่น ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-2 ตามลำดับ ในความผิดฐาน ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง

โดยอัยการโจทก์ระบุฟ้องความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค.64 จำเลยทั้งสองกับพวกอีกประมาณ 600 คน ได้ร่วมกันชุมนุมมั่วสุมเพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยเคลื่อนขบวนจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มุ่งหน้าไปกรมทหารมหาดเล็กที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (รอ.) ถนนวิภาวดีฯ บ้านพักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้มงวด โดยเป็นการชุมนุม มั่วสุมโดยไม่จัดมาตรการป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน (บก.คฝ.) ตั้งขบวนขวางป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อยุติการเคลื่อนขบวน จำเลยทั้งสองกับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 600 คน ได้ตะโกนด่าทอ ขว้างปาสิ่งของใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ และได้ร่วมกันวางเพลิวเผาทรัพย์รถบรรทุกพ่วงลากจูงยก ทะเบียนตราโล่ หมายเลข 06564 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับความเสียหาย เป็นเงินจำนวน 2.1 ล้านบาทเศษ

วันนี้เบิกตัวจำเลยที่ 1 จากเรือนจำ ส่วนจำเลยที่ 2 ได้รับการประกันตัว เดินทางมาพร้อมทนาย

Advertisement

ศาลอาญาได้พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองเป็นเพื่อนร่วมสถาบันเดียวกันในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุทั้งสองได้เข้าร่วมชุมนุมในวันดังกล่าว แต่ไม่ปรากฏว่าอยู่ฝ่ายใด พยานโจทก์ได้เบิกหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอจากเฟซบุ๊กไลฟ์ของเพจ รายงานข่าวแห่งหนึ่ง ปรากฏภาพจำเลยทั้งสองขว้างวัตถุติดไฟไปที่รถยกคันเกิดเหตุ แต่ว่าเพลิงไหม้ติดบริเวณล้อรถยกแต่ก็ดับไป จากนั้นก็ปรากฏบุคคลอื่นขว้างวัตถุติดไฟไปยังรถที่เกิดเหตุดังกล่าว แสดงว่าจำเลยทั้งสองไม่ใช่คนกลุ่มเดียวที่ก่อเหตุลักษณะนี้ ดังนั้นจำเลยทั้งสองได้ก่อเหตุขึ้นแต่ไม่ได้เผาไหม้รถยกดังกล่าว สาเหตุที่รถยกดังกล่าวเกิดเพลิงไหม้อาจจะเป็นการกระทำของบุคคลอื่น เมื่อโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าจำเลยทั้งสองจุดไฟแล้วขว้างไปที่รถยกเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้ การกระทำของจำเลยยังไม่ใช่ความผิดสำเร็จ การกระทำไม่บรรลุผล จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ของบุคคลอื่น

พิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 215 วรรคหนึ่งประกอบมาตรา 86 ข้อกำหนดที่ออกตามความมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกาศหัวหน้ารับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เรื่องห้ามการชุมนุม การทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อโควิด-19 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ซึ่งเป็นบทกฎหมายที่โทษหนักสุด จำคุกคนละ 4 ปี จำเลยทั้งสองรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษคนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุกคนละ 2 ปี