ชัชชาติ ตอบปมย้าย ศาลา กทม.เสาชิงช้า ต้องซ่อมที่ดินแดงก่อน แง้มชื่อ ‘People’s Square’ จุดความหวังคนเมือง จ่อหารูปแบบบริหารใหม่ คา ‘ราชการ’ ทำได้ยาก
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 มีนาคม ที่ห้องสุทัศน์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการศาลาว่าการกรุงเทพมหานครและลานคนเมือง สู่พิพิธภัณฑ์เมือง กทม. ครั้งที่ 1/2566
นายชัชชาติเปิดเผยภายหลังการประชุมว่า สำหรับการย้ายศาลาว่าการ กทม.เสาชิงช้า ต้องมีการปรับปรุงพื้นที่อาคารศาลาว่าการ กทม.ดินแดง ก่อน เพราะว่าพื้นที่มีไม่เพียงพอ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาปรับปรุง 1 ปีครึ่ง ทั้งนี้อาคารสร้างมา 23 ปี เปิดใช้งานมา 3 ปี พบว่าสภาพมีความเสื่อมโทรม ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเพิ่มความปลอดภัยด้วย
ส่วนการปรับปรุงศาลาว่าการ กทม. เสาชิงช้า ที่ประชุมมีการตกผลึกแล้วว่า สถานที่ตรงนี้มีค่าเกินกว่าจะใช้เป็นแค่สำนักงาน หรือเก็บเอกสาร ขณะที่ตรงนี้เป็นจุดศูนย์กลางของกรุงเทพฯ คณะกรรมการเห็นว่า พื้นที่ตรงนี้ต้องแสดงถึงอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของเมือง
“เรามีอดีตที่มีคุณค่าเยอะแยะเลย แต่ไม่มีพื้นที่ของ กทม.ที่บรรยายคุณค่าที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายในหลายมิติ ซึ่งควรมีการเก็บรวบรวมไว้ ส่วนอนาคตเป็นเรื่องสำคัญว่าทิศทางเมืองในอนาคตจะเป็นอย่างไร ใช้เทคโนโลยี Projection เพื่อให้คนเกิดความหวังกับเมืองในอนาคต” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวว่า ต้องมีการศึกษาบริบทของกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมว่าพื้นที่ตรงนี้มีความสำคัญ เชื่อมโยงกับชุมชนต่างๆ อย่างไร ซึ่งคงไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ตั้งแสดงโชว์ แต่จะเป็นพื้นที่ที่มีกิจกรรมร่วมกัน ทั้งคน ชุมชน มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปตามสถานการณ์ นอกจากนี้ยังมี City Lab เป็นที่ให้มาพูดคุยหาคำตอบของเมือง ทดสอบปัญหาต่างๆ มีพื้นที่ให้คนได้มาเจอ มีพื้นที่ให้คนมาถกเถียงปัญหาต่างๆ โดยใช้ห้องประชุมสภา กทม.เดิมที่มีอยู่ ทั้งนี้คงใช้เวลาอีกไม่เกิน 8 เดือน ในการศึกษารายละเอียด

นายชัชชาติกล่าวต่อว่า ส่วนปัญหาข้าราชการ ลูกจ้างไม่อยากย้ายออก เนื่องจากความคุ้นชิน ซึ่งต้องทำความเข้าใจต่อไป ส่วนร้านค้าโดยรอบมีความกังวลว่าถ้ามีการย้ายออกจะทำให้เศรษฐกิจถดถอย แต่ตนเชื่อว่าที่เราจะปรับปรุงใหม่จะมีคนเข้าออกเยอะขึ้น สร้างความคึกคักมากขึ้น มีคณะกรรมการเสนอให้ชื่อว่า People’s Square หรือ People Place เป็นที่ให้ประชาชนมาพบปะกัน และเชื่อมโยงเนื้อหานำไปสู่การท่องเที่ยวด้านวัฒนธรรมในชุมชนโดยรอบ เช่น คลองต่างๆ ย่านโบราณ สถานที่ท่องเที่ยว และวัดต่างๆ
“ข้อกังวลอีกเรื่องคือ ต้องมีแผนจัดการพื้นที่ให้ยั่งยืน ไม่ใช่สร้างแล้วจบ สิ่งสำคัญคือหารบริหารจัดการให้มีคุณภาพ เพื่อให้สถานที่สามารถหล่อเลี้ยงตัวเองได้ โดยชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และความเป็นอยู่ร่วมกัน เชื่อว่า กทม.ในระบบราชการทำได้ยาก” นายชัชชาติชี้
นายชัชชาติกล่าวว่า ทั้งนี้ต้องหารูปแบบการบริหารจัดการอื่น โดยยึดตัวอย่างจากมิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) อย่างไรก็ตาม ยังต้องวางแผนเรื่องงบประมาณ และดำเนินการอย่างรอบคอบ เพื่อตอบโจทย์ในทุกด้าน คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในปี 2569
“ไม่ได้ขนาดเร่งรีบต้องทำ แต่ทำด้วยความรอบคอบ ต้องให้คิดอย่างรอบด้าน” นายชัชชาติกล่าว

