ศาลจำคุก 20 ปี อดีต กก.ผจก.ใหญ่ทีโอที จ่ายเงินไอ-โมบาย 1,485 ล้าน เกินอำนาจ สั่งชดใช้คืน 1 พันล้านพร้อมดอก
เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อท 139/2565 อัยการสูงสุดยื่นฟ้อง นายวรุธ สุวกร อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) เป็นจำเลย ความผิดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งรักษาการกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ ต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่เป็นผู้เสียหาย โดยจําเลยได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัททีโอที ให้เจรจากับ บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) กรณีเมื่อวันที่ 21 ธ.ค.50 บริษัททีโอทีถูกบริษัทดังกล่าวฟ้องเป็นคดีต่อศาลแพ่ง เรื่องผิดสัญญาและเรียกร้องเงิน จํานวน 2,648,771,009 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินนับถัดจากวันฟ้อง
จำเลยได้ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหาย โดยอนุมัติจ่ายเงินให้บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย เป็นจำนวน 1,485 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเกินกว่าวงเงิน 10 ล้านบาท ที่จําเลยมีอำนาจอนุมัติได้ ทั้งไม่เข้าข้อยกเว้นตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที และจำเลยมิได้ขออนุมัติการจ่ายเงินดังกล่าวจากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ทำให้บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ได้รับชำระเงิน ค่าเสียหายไปเป็นจำนวนเกินกว่าที่ควรจะต้องจ่าย
บริษัททีโอทีได้รับความเสียหาย คิดเป็นเงินค่าเสียหายจำนวน 525,370,000 บาท เหตุเกิดที่แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษจําเลยตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 3,8,11ระหว่างพิจารณา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้ร้องเป็นเงิน จำนวน 525,370,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย
ขณะที่จําเลยให้การปฏิเสธอ้างว่า จำเลยอนุมัติจ่ายเงินเป็นไปตามผลการเจรจาของคณะกรรมการเพื่อพิจารณาและกำหนดแนวทางที่นำเสนอมา และมติที่ประชุมของคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ในการประชุมครั้งที่ 19/2551 เมื่อให้อำนาจจําเลยอนุมัติจ่ายเงินตามฟ้องได้ เป็นการปฏิบัติตามสัญญาที่ยกเว้นให้จำเลยมีอำนาจอนุมัติจ่ายเงินได้เกินกว่า 10 ล้านบาทตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอทีที่ 29/2546
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามฟ้องหรือไม่ เมื่อข้อเท็จจริงตามฟ้องคดีนี้ฟังได้ว่าจำเลยอนุมัติสั่งจ่ายเงินเป็นจำนวนเงิน จำนวน 1,476 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเกินกว่า 10 ล้านบาท ต้องขอความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที เสียก่อน เว้นแต่เป็นการปฏิบัติ ตามเงื่อนไขข้อผูกพันในสัญญาตามคำสั่งคณะกรรมการ บมจ.ทีโอที ที่ 19/2546 ข้อ 2.1, 2.5 เมื่อพิจารณาจากคำฟ้องคดีแพ่งเป็นการฟ้องเรียกให้บริษัท ทีโอที ชำระเงินให้แก่ บริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) จากการผิดสัญญาและเรียกค่าเสียหาย กรณีจึงไม่อาจเป็นการเจรจาหาข้อยุติเพื่อที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อผูกพันในสัญญา เท่ากับเป็นการยอมรับว่าบริษัท ทีโอที เป็นฝ่ายผิดสัญญาและยอมรับผิดเต็มตามฟ้อง
พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบรับฟังได้ว่า จําเลยกระทําความผิดตามฟ้อง และต้องรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้องพร้อมดอกเบี้ยตามคำร้อง
พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงาน ในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 8 จำคุก 20 ปี กับให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้ร้องเป็นเงินจํานวน 1,062,147,006.16 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ของต้นเงิน จำนวน 525,370,000 บาท นับถัดจากวันที่ 15 ธ.ค.2565
ภายหลังมีคำพิพากษา จำเลยได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นอุทธรณ์ โดยศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางพิจารณาแล้วให้ส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์เป็นผู้พิจารณาสั่งประกันต่อไป ตามขั้นตอนแล้วหากภายในเวลาทำการราชการ
ศาลอุทธรณ์ยังไม่มีคำสั่งประกันลงมา นายวรุธจึงถูกนำตัวไปควบคุมยังเรือนจำเพื่อรอผลคำสั่งประกันจากศาลอุทธรณ์ต่อไป

