เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่แฟลตดินแดง กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมสำนักบริหารชุมชนดินแดงและพื้นที่ก่อสร้างอาคารแปลงจี ซึ่งตั้งอยู่หัวมุมถนนวิภาวดีรังสิต ติดกับถนนอโศก-ดินแดง ในโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดงระยะแรก เพื่อเตรียมความพร้อมในการวางศิลาฤกษ์โครงการ ในวันที่ 19 ธันวาคม 2559 ซึ่งมีผู้บริหาร พม. ผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ตลอดจนชาวชุมชนดินแดงให้การต้อนรับ ว่า จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนให้การตอบรับกับโครงการมาก เพราะรอคอยมา 16 ปี ผ่านมา 5 รัฐบาล ท่ามกลางสภาพอาคารแฟลตมีอายุ 50 กว่าปีและกำลังเสื่อมสภาพลง จนได้มาสำเร็จในรัฐบาลนี้ โดยในวันที่ 19 ธันวาคมนี้จะเป็นการปักธงความสำเร็จของโครงการก่อสร้าง ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ทั้งนี้ โครงการระยะแรกจะเป็นการก่อสร้างบนแปลงจี พื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เป็นอาคารสูง 28 ชั้น 334 หน่วย ก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 1 ปี 6 เดือน หรือประมาณเดือนมิถุนายน 2561 ผู้อยู่อาศัยเดิมชุดแรกน่าจะเริ่มเข้าอยู่ได้

รมว.พม.กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้มอบหมายให้ กคช.จัดตั้งสำนักบริหารชุมชนดินแดง หรือ Project Management Unit (PMU) ซึ่งจะมีรองผู้ว่าการ กคช.คนหนึ่งเป็นซีอีโอ ในการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริษัทที่ปรึกษา บริษัทก่อสร้าง และภาคประชาชน เพื่อบริหารจัดการก่อสร้างให้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงได้เชิญชวนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมตรวจสอบการก่อสร้างในทุกขั้นตอน ฝากให้รวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง เพราะรัฐบาลนี้อยู่อีกปีกว่าๆ แต่โครงการจะต้องเดินต่อไประยะ 2, 3 และ 4 เพื่อก่อสร้างอาคารทั้งหมด 36 อาคาร จำนวน 20,292 หน่วย ฉะนั้น ต้องรวมกันดูแลทรัพย์สินตนเอง อย่าให้ใครมาชี้นำได้ ทั้งนี้ ในส่วนอาคารใหม่จะเป็นอาคารสูงที่มั่นคงแข็งแรง รองรับเหตุการณ์แผ่นดินไหว ออกแบบรองรับการสัญจรผู้พิการ ผู้สูงอายุ จัดสภาพแวดล้อมสีเขียว และเป็นสมาร์ทซิตี้ ดำเนินไปโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม

นางอุบลวรรณ เกตุแก้ว ผู้อยู่อาศัยแฟลต 14 กล่าวว่า ตอนแรกที่มีข่าวว่าจะทุบแฟลตดินแดง ตนได้ต่อต้านในอกเพราะกลัวคนที่จะถูกทุบบ้าน แต่พอได้ทราบรายละเอียดโครงการ ก็เปลี่ยนความคิดและเปิดใจยอมรับ เพราะโครงการเป็นประโยชน์ต่อเรา โดยเฉพาะรุ่นลูกหลาน ที่จะได้อยู่อาศัยในราคาถูก ใจกลางเมือง สัญจรไปมาสะดวก ต่างจากอาคารที่อยู่อาศัยเอกชนรอบข้างที่มีราคาแพง ในอนาคตที่นี่จะเป็นดินทองไม่ใช่แค่ดินแดงแล้ว



