อ.โบราณคดี ‘สร้างครอบครัว’ เชิญสุจิตต์เสวนากลางปาร์ตี้ ขรรค์ชัย อวยพร ‘มีสุขตลอดไป’
เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ลานอัฒจันทร์กลางแจ้ง มิวเซียมสยาม ท่าเตียน กรุงเทพฯ มีการจัดงานฉลองมงคลสมรส ระหว่าง รศ.ดร.ประภัสสร์ ชูวิเชียร อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เจ้าของผลงาน ‘วัดร้างในบางกอก’-‘อยุธยาในย่านกรุงเทพฯ’ และนางสาวชุติมา มีแสง โดยใช้ชื่อ ‘งานสังสันทน์ เนื่องในโอกาสวันร่วมสร้างครอบครัว’
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีบุคคลในแวดวงประวัติศาตร์โบราณคดี คณาจารย์และศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบันของคณะโบราณคดีเข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยงานดังกล่าว มีการจำลองตั๋วรถไฟดั้งเดิมซึ่งเป็นตั๋วแข็งมอบเป็นของชำร่วย ปรากฏชื่อบ่าว-สาว โดยระบุว่าเป็นตั๋วรถไฟ ‘ชั้น 3’ สื่อถึงบรรยายกาศงานกลางแจ้ง ไม่มีแอร์ เสมือนการเดินทางด้วยรถไฟชั้น 3

ในช่วงเย็น มีการเสวนา หัวข้อ ‘พระทอง นางนาค’ โดยนายสุจิตต์ วงษ์เทศ ผู้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม พร้อมด้วยวงดนตรี ‘ศรีสุริยวาทิต’ จากวิทยาลัยการดนตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร่วมบรรเลง
นายสุจิตต์ กล่าวว่า วันหนึ่ง รศ.ดร. ประภัสสร์ เดินทางมาบอกว่าจะสร้างครอบครัว ขอให้ตนไปบรรยาย ตนจึงตอบตกลง ทำต้นฉบับด้วยความตั้งใจ ยาว 6 หน้ากระดาษ เนื้อหาเกี่ยวกับการแต่งงานสมัยดึกดำบรรพ์ซึ่งเป็นพิธีกรรมเพื่อสืบโคตรตระกูล สืบความหฤหรรษ์ สืบทอดอำนาจ และเชื่อมโยงอำนาจ
ด้าน นายขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ฝากการ์ดอวยพร มีใจความสำคัญว่า ขอให้คู่บ่าว-สาว มีความสุขตลอดไป
ทั้งนี้ นายสุจิตต์ และนายขรรค์ชัย เป็นรุ่นพี่คณะโบราณคดีของ รศ.ดร.ประภัสสร์

สำหรับเนื้อหาที่นายสุจิตต์ บรรยาย มีใจความดังนี้
‘เพราะ-หญิงเป็นลูกสาวผู้มีอำนาจ เช่น ขุนนาง หรือ บ้านใหญ่
ราชพงศาวดารกัมพูชา มีเรื่องเล่าแสดงอำนาจของหญิง
นางนาคกับพระทอง ตำนานกำเนิดอาณาจักรกัมพูชา
นางนาค (เป็นธิดาพญานาค) เล่นน้ำในโตนเลสาบ
พระทอง (เป็นโอรสกษัตริย์จาม) พบนางนาคเล่นน้ำ
เกี้ยวพาราสี แล้วร่วมเสพสมัครสังวาส
นางนาคให้พระทองเกาะชายสไบลงบาดาลไปพบบิดา คือ พญานาค
พญานาคให้แต่งงาน แล้วจัดพิธี ดังนี้
(1.) เนรมิตปราสาทหินเป็นเรือนหอ และบ้านเมือง
(2.) นางนาคเดินนำหน้าเข้าเรือนหอ
ส่วนพระทองเดินตามหลังด้วยการเกาะชายสไบนางนาค
(3.) หลังจากนั้น นางนาคกับพระทองครองเมืองปราสาทหิน
เติบโตเป็นอาณาจักรกัมพูชา
นับแต่นั้น ถือเป็นแบบแผนพิธีแต่งงานของชาวเขมร
เจ้าสาวนำหน้า เป็นผู้นำ เจ้าบ่าวตามหลัง เป็นผู้ตามรับใช้เจ้าสาว ด้วยการเกาะชายสไบเจ้าสาว
พร้อมด้วย มโหรีบรรเลงเพลงนางนาค กับเพลงพระทอง
นางนาค-พระทอง โครงเรื่องหลักตรงกับนางหลิวเย่-โกณฑัญญะ ตำนานกำเนิดอาณาจักรฟูนัน
นางนาค (นางหลิวเย่) เป็นสัญลักษณ์ของคนพื้นเมืองสุวรรณภูมิ ที่ยกย่องหญิงเป็นใหญ่ในพิธีกรรม
พระทอง (โกณฑัญญะ) เป็นสัญลักษณ์ของคนต่างชาติมาทางทะเลสมุทร ผู้นำมาซึ่งวัฒนธรรมอินเดีย (ในที่นี้คือ จาม)
การเสพสังวาสได้รับการยกย่องเป็นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ จึงมีตำนาน ดังนี้
ทุกคืนนางนาคกลายร่างเป็นสาวงามอยู่ในปราสาท
กษัตริย์ต้องทำหน้าที่เสพสังวาสนางนาคทุกคืน ถ้าคืนใดไม่ทำหน้าที่ อันตรายจะถึงกษัตริย์ และอาณาจักรล่มจม
นางนาค-พระทองเสพสังวาส เป็นเรื่องเล่าในกัมพูชาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์หลายพันปี สืบมาจนถึงราว พ.ศ. 1839 (พบในเอกสารจีนโจวต้ากวาน)
ราชสำนักอยุธยารับพิธีกรรมเสพสังวาสของผีบรรพชนจากกัมพูชา พบในกฎมณเฑียรบาลเรื่องพระราชพิธีเบาะพก (กลายจากภาษาเขมร หมายถึง กิริยาทิ่มใต้สะดือ) กษัตริย์ต้องไปบรรทมกับแม่หยั่วพระพี่ (ซึ่งเป็นเจว็ดผีบรรพชนเพศหญิง)
แบบแผนเขมร แผ่ถึงอยุธยา
ผู้ดีอยุธยาแต่งงานด้วยการทำตามประเพณีนางนาค พระทอง
มีบทร้องมโหรีอยุธยาเพลงนางนาค เพลงพระทอง (คู่พระทอง)


