วันที่ 8 ธันวาคม นายนครินทร์ สุทัตโต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้เล่าถึงภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม แหล่งโบราณคดีภาคอีสานว่า “ ผาแต้ม” เป็นหน้าผาสูงที่สวยงามตามธรรมชาติเคยเป็นที่ถิ่นอาศัยเก่าแก่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ เพราะใต้เพิงผาแห่งนี้ มีภาพเขียนบนผนังหินครั้งโบราณที่ยาวที่สุดในประเทศไทยเท่าที่มีการค้นพบ มีร่องรอยของภาพเขียนสีของมนุษย์โบราณตั้งแต่ก่อนยุคประวัติศาสตร์ ราว 3,000-4,000 ปี เป็นระยะทางประมาณ 500 เมตร ภาพเขียนจะอยู่บนผนังหน้าผายาวติดต่อกันประมาณ 180 เมตร ซึ่งเป็นมุมต่ำกว่า 90 องศา มีภาพทั้งหมดประมาณ 300 ภาพ แบ่งเป็น 4 ประเภท คือสัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคน ด้านตรงข้ามผาแต้มคือประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว โดยมีแม่น้ำโขงเป็นเส้นกั้นพรมแดน ทำให้ผาแต้มเป็นจุดชมวิวที่สวยงามโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะสำหรับผู้ที่สนใจจะชมพระอาทิตย์ขึ้นก่อนที่แห่งใดในประเทศไทย
นายนครินทร์กล่าวว่า แต่จากสภาพการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ และสภาพอากาศที่แปรผันอย่างรวดเร็วรุนแรงในพื้นที่ ช่วงเดือนตุลาคม 2558 เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นความผุกร่อนของชั้นหินดินดานที่แทรกตัวสลับกับชั้นของหินทรายบริเวณภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม โดยเห็นได้ชัดเจนจนส่งผลกระทบถึงชั้นหินทรายที่เกิดการแตกตัวและหลุดร่วงลงเป็นบางส่วน และเห็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นใหม่หลายแห่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับตัวภาพเขียนสีที่กรมศิลปากรได้ทำการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่ลงไปชมภาพเขียนอาจได้รับอันตรายถึงขั้นบาดเจ็บและเสียชีวิตได้

“ต่อมาสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 2 (ขอนแก่น) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่ 11 (อุบลราชธานี) คณะเจ้าหน้าที่จากกรมศิลปากร และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม ได้ร่วมกันตรวจสอบชั้นหินที่ผุกร่อน รอยแตกร้าวและการหลุดร่วงของหินบริเวณรอบๆ ภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ส่วนกรมทรัพยากรธรณีได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจากกรมทรัพยากรธรณี เดินทางมาตรวจสอบบริเวณดังกล่าว เพื่อศึกษาถึงแนวโน้มที่จะเกิดการถล่มในบริเวณที่มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม มีการเจาะดูความแกร่งของหิน และดูความยุ่ยของชั้นหินบริเวณที่ตั้งของภาพเขียนสีอายุกว่า 4,000 ปี ที่พบมีรอยร้าวเป็นบางจุด โดยมีการนำเครื่องมือวัดความแข็งแกร่งของหิน เมื่อทดสอบความแข็งของชั้นหินดินดานที่รองรับหินทรายที่อยู่ด้านบนบริเวณภาพเขียนสี พบว่ารับแรงกดได้ประมาณ 4,000 ตันต่อตารางเมตร แต่จากการดูเบื้องต้นมีหินร่วงหล่นลงมาบ้าง แต่ไม่เกี่ยวข้องกับชั้นหินในจุดที่ตั้งภาพเขียน จึงยืนยันได้ว่าภาพไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด” นายนครินทร์กล่าว
นายนครินทร์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันยังคงมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมตามปกติ ทางอุทยานแห่งชาติผาแต้มได้มีการเฝ้าระวังและมีมาตรการด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดกับนักท่องเที่ยว โดยได้นำป้ายแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว “ระวังหินหล่น” ไปติดในบริเวณจุดที่นักท่องเที่ยวต้องใช้เดินชมภาพเขียนสีที่มีความเสี่ยง จึงขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ด้านนายขอบคุณ คำมั่น เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม กล่าวว่า เราดูแลในเรื่องพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเดิน หอชมภาพเขียนสี ป้ายสื่อความหมายและป้ายห้ามต่างๆ และจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลในเรื่องของนักท่องเที่ยวไปทำลายเกี่ยวกับภาพเขียนสีและขีดเขียนตามผนัง การก่อหิน ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยห้ามและก็มีป้ายเป็นป้ายเตือน แต่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวขีดเขียนอยู่ ถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ การขีดเขียนลงไปหินพวกนี้ก็เริ่มสึกกร่อนมองดูแล้วมันไม่สวยงาม ปล่อยให้เป็นธรรมชาติเป็นสีของชั้นหินดีกว่า จะดูความสวยงามพวกนี้มากกว่าที่เราจะไปขีดเขียนลงไป
“สิ่งไหนที่เขาห้ามเราก็อย่าไปทำ ปล่อยให้เป็นธรรมชาติมันจะสวยงามตามธรรมชาติอยู่แล้ว อย่าไปทำลาย” นายขอบคุณกล่าว
ขณะที่ พระมหาปิยะ อุตตะมะปัญโญ หัวหน้าสงฆ์ พระธรรมทูตวัดป่าธรรมรัตน์ เมืองพิตส์เบิร์ก มลรัฐเพนซิลเวเนีย อเมริกา กล่าวว่า โดยความรู้สึกส่วนตัวก็มีความประทับใจในความเป็นชาติของเราและอารยธรรมวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของเรา มีความภูมิใจในความสามารถของบรรพบุรุษของคนไทยเรา ก็อยากให้ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดหรือว่าอยากให้ทางรัฐบาลได้มีงบประมาณเข้ามาสนับสนุนการดูแลในส่วนนี้ให้มากขึ้น เพราะว่าจะได้รักษาอารยธรรมตรงนี้ไว้ให้ลูกหลานของเราสืบต่อไป


