สผ.ชี้แจง การดำเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหา การบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ เมื่อปี 2552 เป็นการดำเนินงานตามระเบียบและขั้นตอนอย่างครบถ้วน
นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) กล่าวว่า ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ซึ่งเป็นโครงการที่ได้ดำเนินโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 และสิ้นสุดโครงการแล้วเมื่อ พ.ศ.2556 ซึ่งไม่ใช่โครงการที่ดำเนินการในสมัยรัฐบาลปัจจุบัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมขอชี้แจงข้อมูล ดังนี้
(1) คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 รับทราบมติคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2552 เรื่อง เห็นชอบในหลักการโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ โดยในส่วนของวงเงินงบประมาณให้ประสานสำนักงบประมาณ กรณีที่ไม่สามารถสนับสนุนงบประมาณจากกลางได้ ให้นำเสนอคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อมเพื่อพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งต่อมาคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 1/2552 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2552 มีมติเห็นชอบในหลักการและคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่3/2552 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2552 ได้มีมติเห็นชอบให้ใช้เงินจากกองทุนสิ่งแวดล้อม วงเงิน 2,256 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ดำเนินการโดยสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สป.ทส.) โดยมีระยะเวลาดำเนินงาน 730 วัน ตั้งแต่ 1 กันยายน 2552 ถึง 30 กันยายน 2554 และต่อมามีการขยายเวลาสิ้นสุดการเบิกจ่ายเงิน ถึงวันที่ 25 มกราคม 2556

(2) สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการ คณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม ดำเนินการติดตามประเมินผลระยะสิ้นสุดโครงการ และนำเสนอคณะกรรมการ กองทุนสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 3/2556 วันที่ 24 มิถุนายน 2556 โดยมีผลการประเมินตามตัวชี้วัดในระดับดี
ต่อมา สผ.ได้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2560 โดยพบว่าโครงการนี้สามารถ ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ มีผลผลิตหลักคือข้อมูลแผนที่ ภาพถ่ายเก่า รวมถึงการจัดทำหมุดหลักฐาน ภาคพื้นดิน และการจัดทำแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งได้นำข้อมูลมาจัดทำระบบ สืบค้นและให้บริการข้อมูลแผนที่แนว เขตทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการให้บริการแก่หน่วยงานราชการต่างๆ โดยมีศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ดูแล และให้บริการแก่หน่วยงานราชการ โดยช่วง พ.ศ.2554-2560 มีหน่วยงานแจ้งความประสงค์ขอข้อมูล จำนวนทั้งสิ้น 148 ครั้ง ซึ่งเป็นหน่วยงาน ทั้งภายใน และภายนอกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(3) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้มีข้อสังเกตเรื่องการขอตั้งเงินคืนกองทุนสิ่งแวดล้อม ซึ่งสำนักงบประมาณแจ้งว่า สผ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการกองทุนสิ่งแวดล้อม สามารถเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมได้ โดยพิจารณาจากภารกิจ ฐานะการเงินของกองทุนสิ่งแวดล้อม ตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
ต่อมา ได้นำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2552 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2562 มติรับทราบความเห็นของสำนักงบประมาณ และ สผ.ได้แจ้งให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินทราบแล้ว
(4) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือเรียนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2564 ว่า สป.ทส.ได้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน ด้านการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพการดำเนินงาน สอดคล้องตามข้อเสนอแนะของ สตง.แล้ว

