เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ที่โรงแรมแชงกรี-ลา เขตบางรัก กรุงเทพฯ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวภายหลังตรวจพื้นที่และแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมจัดการประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชียตะวันออกด้านครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศ ระหว่างวันที่ 21-23 ธันวาคม ณ โรงแรมแชงกรี-ลา ซึ่งมีผู้บริหารพม. ตำรวจอารักขา เจ้าหน้าที่อาคันตุกะสัมพันธ์ พม. กว่า 250 คนเข้าร่วมว่า ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพการจัดประชุมนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การประชุมระดับรัฐมนตรีเอเชียตะวันออก ได้รวบรวมประเด็นด้านครอบครัว และความเสมอภาคระหว่างเพศเข้าด้วยกัน จากเดิมที่จัดการประชุมแยกในทุกๆ 2 ปี ทั้งนี้ ในการประชุมดังกล่าวมีประเทศเอเชียตะวันออกครบ 17 ประเทศเข้าร่วม ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา ญี่ปุ่น ลาว มาเลเซีย เมียนมาร์ สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย จีน อินโดนีเซีย อินเดีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ ติมอร์-เลสเต และเวียดนาม โดยการประชุมจะแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ 1. การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส และ 2. การประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งผู้เข้าร่วมการประชุมทั้ง 2 ระดับล้วนเป็นผู้มีบทบาทการตัดสินใจ กำหนดนโยบาย มีพลังในการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนารวมถึงการแก้ปัญหาของแต่ละประเทศ และจะเป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรายงานความก้าวหน้าการทำงานด้านครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศของแต่ละประทศ ซึ่งไทยจะมีโอกาสได้นำเสนอความก้าวหน้าของการทำงานได้เรียนรู้รูปแบบ นโยบาย มาตรการ กลไกการทำงานของประเทศอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ
รมว.พม.กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังเตรียมร่วมกันประกาศ ปฏิญญากรุงเทพ หรือ Bangkok Declaration ซึ่งเป็นข้อตกลงในการทำงานด้านครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศที่มุ่งบรรลุเป้าประสงค์ของเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ Sustainable Development Goals (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ขณะที่ไทยจะนำเสนอประเด็นเร่งด่วนที่ไทยให้ความสำคัญ คือ 1. ความรุนแรงในครอบครัว 2. ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน 3. การตั้งครรภ์ในวัยเรียนและการวางแผนครอบครัว นอกจากนี้ ไทยจะแสดงจุดยืนในเรื่องความท้าทายในการก้าวไปสู่สังคมที่เป็นมิตรต่อครอบครัวและความเสมอภาคระหว่างเพศ เพื่อบรรลุเป้าหมายของ SDGs และวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่ว่า “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” อย่างไรก็ตาม วันนี้ได้ลงพื้นที่เตรียมความพร้อมทุกด้าน เช่น ความมั่นคง รายละเอียดการประชุม การจัดเลี้ยง พบมีความพร้อมไปกว่าร้อยละ 80 แล้ว และตนจะลงพื้นที่เช็คความพร้อมอีกครั้งก่อนจัดงาน ซึ่งที่เน้นย้ำตรงนี้เพราะต้องการแสดงความเป็นมืออาชีพในการจัดประชุม ถือเป็นการให้เกียรติ สร้างภาพลักษณ์ และสร้างการยอมรับให้ประเทศทางหนึ่ง

