ทส. ชูหลักสูตร ปธส.ศักยภาพผู้บริหารยุคใหม่ ต้นแบบด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

20.03.23 | 14:55 น.

ทส. ชูหลักสูตร ปธส.ศักยภาพผู้บริหารยุคใหม่ ต้นแบบด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ

วันที่ 20 มีนาคม  กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) จัดพิธีเปิดการศึกษาอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 10 (ปธส. 10) เพื่อเสริมศักยภาพผู้นำการเปลี่ยนแปลงและเป็นต้นแบบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

ตลอดจนการสร้างความเชื่อมโยงเครือข่ายความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมทุกภาคส่วน โดยนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีทส.เป็นประธาน พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ทิศทางของประเทศเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ” ร่วมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส.นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีสส. และคณะผู้บริหารฯ เข้าร่วม

นายวราวุธ กล่าวว่า ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างรุนแรง มีค่าดัชนีความเสี่ยงด้านภูมิอากาศโลก (Global Climate Risk Index : CRI) เป็นลำดับที่ 9 ของโลก โดยจะถูกประเมินตัวชี้วัดที่ใช้ในการคำนวณมี 4 ตัว ได้แก่ (1) จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ (2) จำนวนผู้เสียชีวิตต่อประชากร 100,000 คน (3) ความสูญเสียทางเศรษฐกิจของความเท่าเทียมกันของอำนาจการซื้อ (Purchasing Power Parity : PPP) ”

Advertisement

(4) ความสูญเสียทางเศรษฐกิจคิดจากร้อยละของจีดีพี ทำให้ประเทศไทยเกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม ทำให้ต้องปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาแบบปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำของประเทศไทย หรือ LT-LEDS และการจัดทำเป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 (The 2nd updated NDC) โดยมีเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกลดลง 30 – 40%

นายวราวุธ กล่าวว่า จากกรณีปกติ ภายในปี ค.ศ. 2030 การเพิ่มเติมรายงานข้อมูล การปล่อยและการดูดซับก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้ และเพิ่มเติมผลสำเร็จในภาคพลังงาน คมนาคมขนส่ง กระบวนการอุตสาหกรรมและการใช้ผลิตภัณฑ์ น้ำเสียจากอุตสาหกรรม และการจัดการของเสียชุมชน ซึ่งภาคธุรกิจเองต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายวราวุธ กล่าวว่า รวมถึงการร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน 6 ด้าน คือ 1) ด้านนโยบายในการขับเคลื่อนนโยบาย BCG Model 2) ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ส่งเสริมภาคเกษตรในการลดก๊าซเรือนกระจก โครงการ Thai Rice NAMA ทำนาวิถีใหม่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3) ด้านการลงทุน ร่วมกับ BOI จัดทำมาตรการส่งเสริมการลงทุนในสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4) ด้านพัฒนากลไกตลาดคาร์บอนเครดิตทั้งในและต่างประเทศทั้งภาคบังคับ ภาคสมัครใจ เปิดตัวเเพลตฟอร์มการซื้อขายพลังงานสะอาดเเละคาร์บอนเครดิต

5) ด้านการเพิ่มแหล่งกักเก็บและดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการมีส่วนร่วมปลูกป่าในพื้นที่รัฐ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่มีศักยภาพลดก๊าซเรือนกระจก การจัดการในภาคขนส่ง รวมถึงการปลูกต้นไม้และการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่า ซึ่งเป็นกิจกรรมที่นอกจากจะช่วยกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้แล้ว ยังสามารถรักษาและสร้างสมดุลของความหลากหลายทางชีวภาพได้อีกด้วย โดยปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดหรือกักเก็บได้ จะเรียกว่า “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งสามารถนำไปใช้รายงาน ใช้ชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากองค์กร บุคคล การจัดงานอีเว้นท์ และจากการผลิตผลิตภัณฑ์ได้ และ 6) ด้านกฎหมายที่จะเร่งผลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ด้าน นายสมศักดิ์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สส.ได้จัดอบรมหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปธส.) มาแล้ว 9 รุ่น โดยครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ 10 ประกอบด้วย ผู้บริหารระดับสูงของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน และเอกชน รวม 72 คน โดยมีระยะเวลาการศึกษาอบรม รวม 182 ชั่วโมง

แบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 กลุ่มวิชา ได้แก่ 1.หลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมและยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสำหรับผู้บริหาร 2. กระแสโลกและแนวโน้มด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 3. เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 4. การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ 5.การเสริมสร้างประสบการณ์เชิงประจักษ์ ซึ่งการดำเนินงานด้านวิชาการนี้ ได้รับความร่วมมือจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาช่วยดูแลเนื้อหาด้านวิชาการและบริหารจัดการหลักสูตร