วันที่ 8 ธันวาคม นายฐิติศักดิ์ กันเขตต์ นายอำเภอเขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวชี้แจงขณะประชุมร่วมกับหน่วยงานทั้งทหาร ป่าไม้ และ กอ.รมน.จังหวัด ถึงกรณีการแก้ไขเรือนร่มเกล้าพิพิธภัณฑ์โครงการพัฒนาลุ่มน้ำเข็กตามแนวพระราชดำริ ซึ่งถูกองค์กรท้องถิ่นและกลุ่มทุนบุกรุกยึดครองที่ดิน จนปัจจุบันเหลือที่ดินเพียง 47 ไร่เศษว่า เนื้อที่เรือนร่มเกล้ามีทั้้งหมด 84 ไร่เศษ ในส่วนของ อบต.เขาค้อมีการรังวัดแล้วมีราว 12 ไร่เศษได้พูดคุยกันแล้ว โดยในส่วนของ อบต.เป็นส่วนราชการให้ขออนุญาตกองทัพภาคที่ 3 ให้ถูกต้อง ส่วนที่เป็นที่พักสงฆ์ตรวจสอบแล้วเป็นพระจริงและเคยมีหนังสือขอใช้พื้นที่ไปยังกองทัพภาคที่ 3 เนื้อที่ 6 ไร่ แต่พอมีการรังวัดเนื้อที่เป็น 15 ไร่ เลยมีการประสานและพูดคุยกันจะแก้ไข โดยจะรังวัดใหม่ให้ตรงกับหนังสือที่เคยขอไปใช้ 6 ไร่
นายฐิติศักดิ์กล่าวอีกว่า สำหรับในส่วนที่ดิน 7 ไร่ซึ่งเป็นของอดีตกำนันประเสริฐอ้างว่า ลูกได้รับบรรจุเป็น รอส.และมีการครอบครองพื้นที่กันต่อๆ มา นอกจากนี้ก็มีการยืนยันว่า “บิ๊กเสือ” พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ มอบที่ดินตรงนี้ให้ทำกิน แต่หลักฐานไม่มี จึงแจ้งให้ไปขอหนังสือรับรองจาก พล.อ.พิจิตร เพื่อนำเสนอกองทัพภาคที่ 3 ให้พิจารณา
“สำหรับเรือนร่มเกล้าก็จะอนุรักษ์ไว้แบบเดิม ส่วนการซ่อมแซมเนื่องจากเป็นสถานที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เคยเสด็จฯทรงงาน การแก้ไขปรับปรุงก็คงทำเหมือนเรือนประทับชั่วคราวที่น้ำตกศรีดิษฐ์ ซึ่งต้องมีการขออนุญาตให้เป็นเรื่องเป็นราวในการซ่อมแซมหรือปรับปรุง โดยอาจใช้งบจากเงินบริจาคกำนันผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ราว 7-8 แสนบาทก็คงจะดำเนินการได้ ข้อสรุปเดินหน้าแก้ไขปัญหาได้” นายฐิติศักดิ์กล่าว

ด้าน พ.อ.ฐาวิรัตน์ ยังน้อย รอง ผอ.กอ.รมน.จังหวัดเพชรบูรณ์ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ประเด็นเรื่องเรือนร่มเกล้าฯ ทางกองทัพภาคที่ 3 มอบให้กองพลทหารม้าที่ 1 ดูแลรับผิดชอบแล้ว ส่วน พ.ท.เกียรติอุดม นาดี ผบ.ม.พัน 28 ค่ายพ่อขุนบางกลางท่าว อ.หล่มสัก กล่าวชี้แจงเสริมว่า แนวทางเรื่องเรือนร่มเกล้าชัดเจนแล้ว ตอนนี้เพียงแต่รอรับรายละเอียดทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ อบต.เขาค้อ, ที่พักสงฆ์ปานสุขุม และอดีตกำนันประเสริฐ จากนั้นจะเสนอผ่านขั้นตอนไปยังกองพลทหารม้าที่ 1 และกองทัพภาคที่ 3 ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา อย่างไรก็ตาม น่าจะสำเร็จด้วยดีและอยู่ด้วยกันได้
สำหรับประเด็นเรื่องเก้าอี้ประทับ ซึ่งก่อนหน้านี้มีการจัดแสดงไว้ที่เรือนร่มเกล้า แต่ภายหลังสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย และขณะนี้ฝ่ายทหาร ม.พัน 28 อยู่ระหว่างการติดตามตรวจสอบ ซึ่งล่าสุดยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

